"ลูกนก" ลูกนกไหน? ที่แน่ๆ ไม่ใช่นักร้องลูกทุ่ง ที่ชื่อ คุณลูกนก สุภาพร แน่นอน

แต่จะเล่าถึงเรื่อง "ลูกนก" ตัวเป็นๆ ที่เจอจริงๆ มาเมื่อวานนี้ ซึ่งน่าแปลกที่ ภายในวันเดียว เจอลูกนกอยู่ในรัง ถึงสองหน

 

********************************

 

ตามประสาคนมีอายุไม่น้อยแล้ว ต้องหันหน้าเข้าหาวัด ให้สมคำกล่าวอ้าง "แก่เล้วต้องเข้าวัด" พอมีใครชวนไปงานบุญที่ไหนก็เลยไป 

 

เมื่อวานนี้ (28 พ.ค. 48) ได้ไปงานบุญเลี้ยงเพลพระที่ วัดตรีญาติ จ.ราชบุรี เหตุที่ไปวัดนี้ ก็เนื่องจาก มีเพื่อนร่วมงานของน้องสาวในลำไส้ใหญ่ (ติ๊ก) มาบวชพระที่นี่ เจ้านายเค้าเลยอยากจัดให้มีการเลี้ยงพระ โดยยกหน้าที่ในการจัดการทั้งหมดให้ติ๊กเป็น Manager (ได้ตำแหน่งสูง เฉพาะกิจ ก็งานนี้นี่แหละ ) และมีเราเป็น Labour Supporter (ไม่รู้ไปเกี่ยวกับเค้าได้ไงเนี่ย)

 

ก็จะไม่เล่าเรื่องเกี่ยวกับงานเลี้ยงอย่างละเอียดหรอกนะ เพราะรู้ว่า หลายคน (ที่หลงเข้ามาอ่าน) ไม่ชอบเข้าวัด  เอาเป็นว่าขอตัดตอนมาถึงเรื่อง "ลูกนก" เลยแล้วกัน 

 

ขณะพระกำลังฉันเพล ที่พวกเราถวายท่านอยู่ ลูกชายคนโตของเจ้านายติ๊ก คงร้อน และตามประสาเด็กที่พอได้ออกนอกบ้านทีไร เป็นต้องเปลี่ยนร่างกลายพันธุ์จากคนเป็นลิง อยู่นิ่งๆ ไม่เป็น เธอก็เดินไปเดินมาสำรวจศาลา แล้วก็ไปเจอเอาเสาต้นหนึ่งที่มีพัดลมติดอยู่ ก็พยายามจะเปิด แต่เปิดไม่ได้ มัคคทายกเห็นท่าเธอยงโย่ ยงหยก เปิดไม่ได้สักที เลยตะโกนแบบเก็บเสียงนิดนึงว่า ให้เสียบปลั๊ก ไอ้เราอยู่ตรงกลางระหว่างสองคนนี้พอดี เลยเดินไปเสียบปลั๊กพัดลมให้ สงสัยเธอคงกลัวไฟดูด

 

พอเสียบปลั๊กแล้วเท่านั้นแหละ เจ้าน้องชายมาแจมด้วย พยายามจะดึงสายเพื่อเปิดพัดลม แต่ความสูงยังไม่ถึงเกณฑ์ เลยต้องเป็นหน้าที่เราผู้มีความสูงเลยเกณฑ์ เปิดให้ ตอนเปิดก็ไม่ได้สำรวจพัดลมอย่างถี่ถ้วน (อย่างนี้เค้าเรียก "ขาดความรอบคอบ") พอพัดลมหมุนไปได้สักพัก เจ้าคนโตรีบตะโกนบอกว่า มีรังนกอยู่บนพัดลมด้วย ดูดิ ยังมีลูกนกหัวแดงอยู่ในนั้นด้วยนะ

 

พอเราได้ยินว่า มีลูกนก เท่านั้นแหละ อารามตกใจ  รีบดึงสายจะปิดพัดลม แต่ยิ่งดึง กลายเป็นยิ่งเปิดพัดลมให้แรงขึ้น เฮ้ยๆๆ ชักจะไปกันใหญ่ ดึงปลั๊กออกเลยดีกว่า หูย เกือบไปแล้วไหมตู นับเป็นโชคดีของลูกนกที่ยังไม่ถึงฆาต ไม่งั้นตูต้องผิดศีลข้อแรก  หลังเพิ่งรับศีลมาหมาดๆ แน่เลย…สาธุ บุญรักษาต่อไปนะ เจ้าลูกนกตัวน้อย

 

:*: – :*: – :*: – :*: – :*: – :*: – :*: – :*: – :*: – :*: – :*: – :*:

 

หลังเสร็จงานที่วัด Manager ของเรา เห็นว่ายังบ่ายไม่แก่เหมือนคนเขียนเท่าไหร่ เลยพาขบวนไปเที่ยว "อุทยาน ร.๒" (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ ที่นี่ )

 

เราเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่กี่ครั้ง จำไม่ได้ แก่แล้วก็งี้แหละ อัลไซเมอร์ถามหา แต่แม้จะมาหลายครั้งแล้ว ก็ไม่รู้สึกเบื่อ เพราะที่นี่ร่มรื่น และมีพรรณไม้แปลกๆ อย่างพรรณไม้ในวรรณดีที่หายาก ให้ได้ชมกันด้วย

 

มาครั้งนี้ประทับใจกับต้น "ชมนาด" (ชำมะนาด) เป็นไม้ประดับ มีดอกสีขาว กลิ่นหอมคล้ายเตย แต่หอมเย็นลึกกว่า อือม…เขียนถึงแล้วก็อยากได้กลิ่นหอมของมันอีก…

 

ชมนาด

จรุงกลิ่นมาเลศล้วน
ชมนาด พุทธชาดพะยอม
ไป่เพลินเท่าเพลินถนอม
ยิ่งระจิตยิ่งจิตชม้อย 
บุหงาหอม ระเหยฤา
ยั่งร้อย
พจะนาค นิพนธ์พี่
มิ่งมื้อกระหือเหิม


จาก "โคลงลิลิตมหามกุฎราชคุณานุสรณ์" บทประพันธ์ของกรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์

 

เราพากันเดินไปตามทางเรื่อยๆ จนสุดเขตอุทยานติดแม่น้ำแม่กลอง จึงเดินวกกลับ ขากลับ แถวร้านขายน้ำดื่ม เห็นพี่เขยติ๊กยืนแหงนดูอะไรบางอย่างแบบหน้าตาลุ้นน่าดูที่ต้นไม้ ได้ความว่า กำลังดูงูมันทำร้ายลูกนกในรัง เพ่งดูทีแรกก็มองไม่เห็นงู แต่พอเปลี่ยนมุมเท่านั้นแหละ เห็นชัดเลย (เป็นการสะท้อนให้เห็นว่า "เวลาดูอะไรหรือดูใคร อย่ามองมุมเดียว ควรมองหลายๆ มุม") (น่าจะเป็น) ลูกงูเขียวหางไหม้ ตัวไม่ใหญ่ ขนาดเลยศอกไปนิดนึง กำลังรัด (น่าจะเป็น) ลูกนกปรอดสวน โดยหวังจะให้ตายคาเกลียวกายแล้วกลืนกินเป็นอาหาร แต่ภารกิจก็ไม่สำเร็จได้ง่ายๆ เพราะด้วยสัญชาติญาณของความเป็นพ่อและแม่ที่รักลูกดังดวงใจ ทั้งพ่อและแม่เลยรุมจิกงูแต่ก็ต้องจิกแบบสงวนท่าที เพราะถ้ารุมทึ้งมันแบบไม่ยั้ง มันจะยิ่งรัดลูกนกแน่นขึ้น

 

พวกเราได้แต่มอง  แบบไม่รู้จะช่วยยังไง มีน้าคนนึงมาจากไหนไม่ทราบ มาร่วมสังเกตการณ์ แล้วก็ร้องให้ ใครก็ได้ช่วยมันทีเถอะ เจ้าหน้าที่ขายน้ำ คงอดรนทนไม่ได้ เลยไปหาไม้รวกยาวๆ มาจากไหนไม่ทราบอีกเหมือนกัน (ไม่รู้จะทราบไปทำไมเหมือนกัน) หวังเขี่ยงูให้ปล่อยลูกนก แต่เขี่ยไปเขี่ยมา งูมันมาพันที่ไม้ พอไม้ถึงพื้นเท่านั้นแหละ มันคาบลูกนกเลื้อยหายไปในกลุ่มกระถางพุ่มไม้ใต้ต้นไม้อย่างว่องไว เฮ้อ…ฮีโร่เราช่วยลูกนกไว้ไม่ได้ในที่สุด แต่เราว่านะ งูมันรัดลูกนกอยู่นานขนาดนั้นแล้ว ถึงลูกนกหลุดจากปากงูได้ มันก็คงไม่รอดอยู่ดี…ช่างน่าสงสารลูกนกเสียนี่กระไร

 

ติ๊กเห็นเราน่าเศร้า บ่นพึมพำๆ เลยเข้ามาปลอบแบบให้ปลงตกว่า "ช่างมันเถอะพี่ อย่าคิดมาก…สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม"

 

กันยา ณ เดือนเก้า

29/05/05

ปล. วันนี้เขียนเรื่องน่าเศร้านี้แล้ว นึกถึงเพลง "ชีวิตสัมพันธ์"