สวนคุกเก่า หรือ สวนรมณีนาถ เป็นสวนเดียวในระแวกบ้าน ที่ไม่เคยไป แต่เมื่อวานนี้มีโอกาสได้ไปเป็นครั้งแรก จุดประสงค์ก็เพื่อ ไปเรียน "รำมวยจีน"

 

***********************************

 

เราเคยปรารภกับพี่สาวไว้ว่า อยากเรียน ไทเก๊ก (แบบไม่เก๊กซิม โดยไม่ต้องกินเก๊กฮวย) เพราะดูมันได้ใช้กำลังภายใน และมีท่าทางที่งดงาม โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมอะไรมากมายดี ไม่เหมือนอย่างแอโรบิค  ไหนต้องใส่ชุดให้เข้ารูป โพกหัว รัดข้อมือ ใส่รองเท้ากีฬา ให้ดูทะมัดทะแมง โอ้ย…อุปกรณ์เยอะเหลือ ออ แถมต้องมีดนตรีประกอบอีกต่างหาก ไอ้เราหูก็ไม่กระดิกกับดนตรีเร้าใจซะด้วย ถนัดฟังแต่เพลงเก่าๆ

 

ไทเก๊ก กับ โยคะ คือ ตัวเลือกหลักในการฝึกกายบริหารของเรา

 

เมื่อเดือนมีนาคม ได้มีโอกาสเรียนโยคะไปแล้วเป็นเวลาหนึ่งเดือน ที่ สวนสมเด็จย่า หรือ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ ที่นี่ )  แถวบ้าน ก็ได้มาหลายท่าอยู่ แต่สุดท้าย ครูอ้อย ผู้สอน บอกว่า ถ้าไม่มีเวลา ก็ใช้แค่ท่า "ไหว้พระอาทิตย์"  (สุริยะนมัสการ) 12 ครั้ง ก็พอ ซึ่งทุกวันนี้ ตอนเช้า หลังกลับจากตลาด เราก็จะทำท่านี้ที่ห้อง

 

มาคราวนี้ ได้มีโอกาสสัมผัสกับ ไทเก๊ก จริงจังบ้างซะที หลังจากได้แต่ดูจากเว็บ กับหนังสืออย่างผ่านๆ

 

พี่สาวได้ไปรู้จักกับแม่เพื่อน ที่เธอเรียกท่านว่า "แม่ซือ" (แม่ มาจาก แม่เพื่อน ซือ มาจาก เหล่าซือ แปลว่า ครู) พอดีท่านรำไทเก๊กเป็น พี่สาวเลยขอให้แกสอน โดยนัดแนะจะมาสอนท่าพื้นฐาน  18 ท่าให้ เมื่อเช้าวานนี้ (29 พ.ค. 48) ที่ สวนรมณีนาถ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ ที่นี่ ) เวลา 7 โมงเช้า

 

งานนี้มีน้องสาวสองคน กับลูกพี่สาวไปด้วย พวกเรามัวแต่เลี้ยงปลากันเพลิน เพราะเห็นว่า แม่ซือยังไม่มา จนพี่สาวที่คอยอยู่ที่จุดนัดพบ ต้องวิ่งมาตาม

 

แม่ซือ ท่าทางใจดี แข็งแรง คงเป็นเพราะแกหมั่นออกกำลังกาย ลงมือสอนพี่สาวไปแล้วหน่อยนึง พอเรามากันครบ แกก็เริ่มสอนใหม่ โดยให้พี่สาวทบทวน และคอยอธิบายท่าไปด้วย

 

ท่าพื้นฐานสำหรับไทเก๊ก (ไทจิซี่กง) มี 18 ท่า เมื่อวานแม่ซือสอนเบาะๆ (แบบไม่ต้องใช้โซฟา) หนึ่งในสาม คือ 6 ท่า ตอนแรกที่ทำ ตามไม่ทันสักท่า เพราะงง ไหนจะมือ เอว เข่า ขา ที่ต้องประสานกันเป็นจังหวะท่วงท่า เอ๊ะ มือไปไง ขาอยู่ยังไง ท่านี้จบตรงไหน ต่อด้วยท่าต่อไปยังไง มึนพอสมควร

 

แต่หลังจากได้ทำหลายๆ หน (ท่าละ 6 ครั้ง) และแม่ซือคอยจับผิดให้แบบตัวต่อตัวแล้ว ท่าที่เห็นว่ายากๆ ดูแล้วงงๆ กลับทำได้ง่ายขึ้น เพียงแต่เราจับจังหวะของมันได้ ทุกส่วนในร่างกายก็จะไปเอง เออ…ชักสนุก

 

ทีแรกแม่ซือ จะให้จบที่ท่า 5 แต่เห็นว่า ท่า 6 คือ ท่า "หูซินหวาฉวน" นั้นง่าย เลยเพิ่มให้อีกท่า กลับไปฝึกเองที่บ้าน ไอ้ท่านี้เราชอบที่สุดเลย เพราะมันง่าย ท่า "หูซินหวาฉวน" นี้ ก็คือ ท่า "แจวเรือกลางบึง" นั่นเอง ฮี่ๆๆ

 

อาทิตย์หน้า ถ้ามีโอกาสได้ไปเรียนอีก จะมาโม้ให้ฟังต่อ…

 

กันยา ณ เดือนเก้า

30/05/05

จิตเกิด…ปราณเกิด…ชีวิตเกิด…นี่คือปรัชญาหรือหัวใจที่สำคัญยิ่งของ "ไทเก๊ก"

Advertisements