คุณคิดว่า ปาฏิหาริย์ หรือ ความอัศจรรย์ มีจริงหรือไม่ ?

 

*******************************

 

เช้าวานได้ไปเรียนท่าพื้นฐานไท้เก๊กต่ออีก 4 ท่า ที่สวนรมณีนาถ ที่เดิม แต่แม่ซือไม่ได้มาสอนเอง เพราะติดธุระ พี่สาวเราเลยอาสาสอนให้แทน (หลังจากได้เรียนวิทยายุทธมาเมื่อวันพฤหัสฯ) ด้วยความที่เธอมีเวลาเรียนรู้และฝึกหัดน้อย เลยจำท่าได้ไม่แม่นเป๊ะ 100% เราก็ได้แต่เลียนแบบท่าให้เหมือนที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ทั้ง 18 ท่าพื้นฐานของไท้เก๊กมีชื่อเรียกเป็นภาษาจีน พอเอามาแปลตรงตัวเป็นภาษาไทยแล้ว บางท่าก็มีชื่อเรียกแปลกๆ เช่น ผลักลิงถอยหลัง ผลักลมช่วยคลื่น งมทะเลมองฟ้า ฯลฯ เราจำชื่อไม่ได้หรอก เวลาจะรำ ก็ดูลักษณะเด่นๆ ของท่านั้น แล้วเอามาตั้งชื่อเรียกเองแบบง่ายๆ อย่าง 4 ท่าที่เพิ่งเรียนมา เราก็ให้ชื่อว่า ท่าส่ง (ยกบอลให้พ้นไหล่) ท่าเอี้ยว (หมุนกายชมจันทร์) ท่าผลัก (หมุนเอวผลักมือ) และท่าหมุน (นั่งม้ามือเมฆ)

 

น่าเสียดายที่ไม่ได้เรียนกับผู้รู้จริงโดยตรง แต่ก็ยังดีที่ได้มาสวนออกกำลัง สูดอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้าบ้าง หลังจากนั่งหลังขดหลังแข็ง จ้องจอสี่เหลียมทั้งวัน มาตลอด 5 วัน

 

:*:-:*:-:*:-:*:-:*:-:*:-:*:-:*:-:*:-:*:-:*:-:*:

 

พักหลังมานี่ ถ้าเสาร์-อาทิตย์ไหนว่าง เราจะไปถือศีลที่ วัดพิชยญาติ หรือไม่ก็ไปฟัง แม่ชีทศพร (มิติพิศวง) ท่านเทศเกี่ยวกับกรรม

 

ญาติโยมส่วนใหญ่ที่ไปวัด เป็นขาประจำ ซึ่งจะคุ้นเคยกับการดูและการบรรยายกรรมของท่าน แต่ก็มีหลายคนที่เป็นขาใหม่ คือ เพิ่งเคยมา ซึ่งมักเกิดความประหลาดใจกับสิ่งที่ได้ฟังและเห็นเสมอ และบางคนถึงกับได้พบ "ความอัศจรรย์" อย่าง…อาซิ้มคนนี้

 

อาซิ้มในวัยไม่น่าจะเกิน 70 ปี เดินกะโผลกกะเผลกโดยมีไม้เท้าช่วยพยุงตัวเข้ามาที่ศาลาปฏิบัติธรรม พอหาที่นั่งใกล้ๆ แม่ชีได้เหมาะแล้ว ก็พยายามหย่อนตัวลงนั่งด้วยความยากเย็น เพราะปัญหาที่หัวเข่า พอนั่งฟังแม่ชีพูดเรื่องกรรมได้พักใหญ่ แม่ชีก็บอกให้แกเดินไปข้างนอกศาลา แล้วเดินกลับมา

 

แกปฏิบัติตามอย่างไม่ลังเล พอเดินกลับมายืนต่อหน้าแม่ชี ท่านบอกแกว่า "ขาหายแล้ว" อาซิ้มงง และมีสีหน้าแปลกใจระคนตกใจ ถามแม่ชีอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่า "หายแล้วเหรอ หายได้ยังงาย" แม่ชีเมตตาบอกแกว่า ที่แกเป็นอย่างนี้ เพราะทำกรรมไว้กับแม่ แม่เลยไม่ไปไหน เกาะอยู่กับตัวแก และทำให้แกเป็นอย่างนี้ ตอนนี้แม่ได้มาวัดและฟังธรรมแล้ว แม่ไปดีแล้ว

 

ด้วยสีหน้าไม่เชื่อหูตัวเอง และด้วยความที่ยังขาดความมั่นใจ แกลองเดินใหม่อีกรอบ ตามคำขอของแม่ชี แต่ยังคงใช้ไม้เท้าช่วยอยู่ รอบต่อมา พอได้ยินญาติโยมส่งเสียงระงมว่า "หายแล้ว ไม่ต้องใช้ไม้เท้า" แกเลยทิ้งไม้เท้าไว้ต่อหน้าแม่ชีแบบเสียไม่ได้นิดๆ แล้วเดินใหม่อีกรอบ

 

อัศจรรย์! แกเดินอย่างคล่องปร๋อ เหมือนคนที่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องหัวเข่ามาก่อน แถมยังงอเข่า ก้าวเท้าอย่างมั่นคงและมั่นใจ ให้ญาติโยมได้เห็นเป็นขวัญตาอีกต่างหาก เดินไปแกก็แปลกใจไป พร้อมกับอุทานอย่างไม่เกรงใจใครว่า "อะไรเนี่ย อัศจรรย์จริงๆ"

 

ตอนที่ฟังแม่ชีอธิบายถึงผลกรรมที่ทำไว้กับแม่ แกถามแม่ชีด้วยความสงสัยว่า "แล้วถ้าแม่กลับมาอีก จะทำยังงาย ?"….

 

"การปฏิบัติธรรม  ทำสมาธิ  แผ่เมตตา  เจริญภาวนา  กรรมทั้งหลายจะมาให้เห็น  ณ  ขณะนั้น  การรู้กรรม  ช่วยให้เราไม่สร้างกรรมใหม่ทั้งมโนกรรมและวจีกรรม  เพราะผลแห่งการทำกรรมจะส่งผลทันที  หากเราทำไว้มากเราใช้ไม่หมด  ผลกรรมนั้นจะตกไปยังลูกหลาน  เมื่อเรารู้แล้วว่าเรามีกรรมใด  และกรรมนั้นเกิดจากอะไรบ้าง  เราย่อมหมั่นปฏิบัติธรรมหมั่นสร้างความดี  มีความเพียร  มีความละอาย  และไม่ทำอีก "กรรมใหม่ไม่เพิ่ม  กรรมเก่าจะเบาบางลง” แม่ชีทศพร

 (บทความจากนิตยสาร PROUD)

 

 

กันยา ณ เดือนเก้า

06/06/05

Advertisements