เป็นครั้งแรกที่ "บ้านเพลงเก่า"  อาจหาญ จัดทัวร์ "สายใย สานรัก นัดนี้ที่ ระยอง" (เออ…สโลแกนนี้ เพิ่งคิดเอาเองเมื่อกี้เนี่ยะ) ไปเที่ยวต่างจังหวัดกัน หลังจากมีแต่นัดมีตติ้งที่กรุงเทพฯ

 

*****************************

 

 05:50 น. ของเช้าวันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน 2548

 

"มอลลี่ อยู่ไหนแล้ว" เราโทรไปถาม Web Admin สาวเจ้าของรูปร่างอ่อส่วน เอ๊ย สมส่วน ออกสมบูรณ์ แห่งบ้านเพลงเก่า

 

"ลี่ มาถึงหน้าปั๊มแล้วพี่" เธอตอบด้วยน้ำเสียงสดใส แม้จะได้นอนมาแค่ไม่กี่ชั่วโมง เพราะนั่งอัพบทความและเพลง ในหน้า Dino Station ยันเช้า

 

หน้าปั๊ม Esso ตรงข้ามคาร์ฟูบางปะกอก คือ จุดนัดพบแรก ที่เราซึ่งมาพร้อมกับรถตู้ขนาด 12 ที่นั่ง นัดรับ มอลลี่กับเพื่อน (จ๊ะโอ๋) พร้อมเจ้าสุนัขขนฟูนาม โป๊ะเช๊ะ และ คุณสายใจกับลูกสาว (น้องน้อยหน่า) ทั้งหมดมากันครบก่อนเวลากำหนด เราจึงไปจุดนัดต่อไป คือ หน้าแบงค์กสิกร สาขาพระรามสี่ ได้เร็ว เพื่อรับ พี่ดา (Web Admin สาวสุดน่ารักอีกคน) กับ น้องเอก (สุดหล่อแห่งบ้านเพลงเก่า)

 

ขึ้นรถกันครบเรียบร้อย เราก็ขึ้นทางด่วนบางนา-ตราด เพื่อไปรับ คุณแม่ น้องชาย อาโกว และลูกสาวอาโกว (น้องมิลค์) ของมอลลี่ ต่อ ที่หน้าเซ็นทรัลบางนา ซึ่งก็มาพร้อมกันครบ รอเราอยู่แล้ว (ทัวร์คณะนี้ น่ารักมาก ไม่มีสายกันเลย!) จากนั้น การเดินทางสู่ "เมืองผลไม้รสล้ำ อุตสาหกรรมก้าวหน้า น้ำปลารสเด็ด เกาะเสม็ดสวยหรู สุนทรภู่กวีโลก" ก็เริ่มขึ้น…

 

 08:27 น.

 

เรามาถึงหน้าวัดตะพงนอก จังหวัดระยอง ตามที่นัดไว้กับหัวหน้าทัวร์ คือ น้องทราย (เจ้าลิงน้อย) และเพื่อน (ชื่อ ทราย เหมือนกัน…งานนี้เลยหวาน เพราะมีทั้ง แปะทึ้ง [(น้ำตาล)ทรายขาว] และโอวทึ้ง [(น้ำตาล)ทรายแดง]) พอมากันครบ เราก็เริ่มโปรแกรมทัวร์กัน…

 

 

อนุสาวรีย์สุนทรภู่

 

น่าเสียดายที่เรามาเร็วไปหน่อย เพราะอาทิตย์หน้าเป็น "วันสุนทรภู่" (26 มิถุนายน) ซึ่งจะมีการจัดงานกันที่นี่ เนื่องจากแดดร้อนมาก หลังจากรีบชักภาพเพื่อเป็นที่ระลึก เราจึงถอยขบวนออก ก่อนกลับ คุณสายใจเดินมาบอกเราว่า เคยได้ยินที่เค้าว่า ตุ๊กแกกินตับงู ไหม มาดูนี่สิ

 

ที่โคนต้นไม้ระหว่างเต้นท์ขายของที่ระลึก กับเต้นท์ขายธูปเทียนดอกไม้ ภาพที่เราเห็น คือ ภาพงูเขียว (งูอีกแล้ว!) กำลังขยอกตุ๊กแกขนาดตัวเท่าฝ่ามือ งูพันตัวเองรอบรากไม้ เพื่อความถนัดในการกลืน ส่วนตุ๊กแกที่มีตีนอันเหนียวหนึบ ก็แผ่ตีนเต็มที่เพื่อยึดตัวเองไว้อย่างมั่นคง งูซึ่งกลืนตุ๊กแกเข้าไปได้ทั้งหัวแล้ว ไม่ละความพยายาม ส่วนตุ๊กแกก็ไม่ละความอดทน ไม่มีใครยอมใคร กลายเป็นทั้งคู่กำลังเล่นชักเย่อ ดูท่าทางแล้ว คงจะเย่อกันอีกนาน เราเลยเดินกลับไปขึ้นรถ ก่อนออกรถ คุณสายใจคนเดิมมาบอกข่าวดีตอนรถจะออกว่า ลุงประจำเต้นท์ขายของที่ระลึก ช่วยตุ๊กแกให้รอดพ้นจากเงื้อมปากของงูไว้ได้ นับว่า ยังไม่ถึงคราวของตุ๊กแก…

 

 ราว 10:กว่า น.

 

ลูกทัวร์หลายคนยังไม่ได้ทานข้าวเช้ามา สองน้องทึ้ง (แปะกับโอว) เลยพาไปทาน Brunch (Breakfast + Lunch ตามที่จ๊ะโอ๋บอก) คือ อาหารเช้าควบอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหาร "ตังเก" ริมหาดแม่รำพึง อาหารที่สั่งเหรอ อือม..ขอนึกก่อนนะ มี เกยตื้น (กุ้ง,ปลา,ปลาหมึก ลวกจิ้ม) ผัดผักรวมมิตร ทอดมันปลากราย ต้มยำกุ้ง (ถูก+เยอะ+อร่อยกว่า A Day อีก) โป๊ะแตก (ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าโป๊ะเช๊ะ) ปลาทอดราดน้ำปลา ข้าวผัดปู ปูผัดผงกระหรี่ ไข่เจียวปู ไข่เจียวหมูสับ สั่งมาสองชุดเกือบทุกเมนู ข้าวเปล่าอีก 2 โถ ทั้งหมดนี้ รวมกับน้ำ+น้ำแข็ง 2,260 บาท หม่ำกัน 14 คน แม้จะทำอาหารช้ามาก แต่โดยรวมแล้ว เราว่ารสชาติใช้ได้ ชอบใจที่สุดก็เห็นจะเป็น ข้าวผัดปู ปูเป็นปูเลย ไม่ใช่ซากปูหรือเศษเสี้ยวปู ใส่มาให้เยอะมาก งานนี้อิ่มแบบไม่จุก ผิดกับที่ A Day ลิบลับ…

 

 

สวนสน

 

ขาออกจากหาดแม่รำพึง เพื่อไปต่อกันที่ สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง หรือ Rayong Aquarium ได้ผ่าน สวนสน ด้วย เป็นถนนเส้นที่เราชอบที่สุดของจังหวัดระยองเลย เพราะร่มรื่นและมีทิวทัศน์สวยงาม เหมาะเป็นโลเคชั่นในการถ่ายมิวสิควีดีโอ (ลืมถาม เอกกะลิงน้อย ว่าสนใจถ่ายเก็บไว้บ้างมะ) ผ่านทางนี้ทีไร อดนึกถึงถนนที่คล้ายคลึงกันนี้ของจังหวัดภูเก็ตไม่ได้ บรรยากาศโรแมนติกชวนรื่นรมย์พอๆ กัน จะต่างกันก็เพียงชนิดของต้นไม้ มาระยองกี่ครั้ง ไม่เคยได้ถ่ายภาพถนนเส้นนี้เก็บไว้สักครั้ง ผ่านมาก็ผ่านไป เก็บไว้ก็เพียงแต่ความทรงจำ ผ่านทางสายตาเอียงๆ…

 

 ยังไม่บ่ายดี

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำระยอง

งานนี้มอลลี่กะจ๊ะโอ๋ขอบาย ไม่เข้า เพราะเคยมาแล้ว ขณะนี้ ในส่วนของด้านนอก ยังไม่มีการเก็บค่าเ้ข้าชม แต่ในส่วนของการชมปลาตู้ด้านใน เก็บค่าเข้าชมคนละ 20 บาท (เด็กไม่เีสีย) ทีแรกเราว่าจะไม่เข้า เพราะเหตุผลเดียวกับมอลลี่ แต่พี่ดาบอกว่า เข้าๆ ไปเถอะ เอ๊า เข้าก็เข้า ถือเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายของสถานที่แล้วกัน เพราะค่าบำรุงรักษานั้น มิใช่น้อยๆ เลย

 

ใครที่ไม่เคยมา ก็คงตื่นตากับสัตว์น้ำที่เอามาแสดงพอสมควร เราว่าที่นี่ จัดออกมาได้ดูดีและน่าดูกว่าที่ บึงฉวาก จังหวัดสุพรรณ อีก เอกออกความเห็นเสริมว่า ดีกว่าที่ บางแสน ด้วย

 

มาทีไรก็ไม่เคยหายสนุกตื่นเต้นกับการดูปลาหลากชนิดซะที ได้เห็นใกล้ๆ ชัดๆ อย่างงี้แล้ว อยากดำน้ำลงไปในทะเลดูของจริงแบบประชิดตัวจัง แต่พอนึกถึงสภาพร่างกายตัวเองแล้ว เอาแค่แบกถังออกซิเจน ก็ตายตั้งแต่น้ำตื้นแล้วง่ะ

 

ที่นี่ ใครที่เอากล้องมา ก็ได้ชักภาพเก็บไว้กันหลายใบเลย เพราะโอกาสที่ได้สัมผัสกับสัตว์น้ำเช่นนี้ หาถ่ายกันได้ง่ายๆ ซะที่ไหนล่ะ ส่วนเด็กๆ ก็สนุกกับการดูปลาแปลกๆ หลากชนิด

 

                        

 

เพลินตากันพอสมควรแก่เวลา ก็ได้เวลาเพลิน(จ่าย)ตังค์กันที่…

 

ตลาดบ้านเพ

 

หลังจากได้อิ่มท้อง อิ่มตากันแล้ว ก็ได้เวลาเสียตังค์ ซื้อของฝาก อาหารแห้ง กันที่ "ตลาดบ้านเพ" ที่นี่ รู้สึกจะมีแต่เรากับพี่ดา ที่เข้าชิงตำแหน่ง บ้าหอบฟาง แข่งกันหิ้วของพะรุงพะรัง แต่ดูเหมือนพี่ดาจะได้ครองตำแหน่ง เพราะขึ้นรถเป็นคนสุดท้าย

 

สถานที่สุดท้ายของทัวร์เรา คือ…

 

 

สวนสุภัทราแลนด์

 

ใครที่โปรดปรานผลไม้เป็นชีวิตจิตใจ ที่นี่คือ สวรรค์ของคนรักผลไม้ ลูกทัวร์คณะนี้ ล้วนเป็นนักกินผลไม้ตัวยงกันแน่ เพราะไม่มีใครปฏิเสธที่จะไม่เข้าชมเลย

 

ที่นี่ต่างจากบุฟเฟ่ต์โออิชิ (มาได้ไงเนี่ย) ตรงที่ ไม่มีรอบ และไม่จำกัดเวลาทาน 555 จะจำกัดก็แต่เวลาเปิดปิดสวน (7.30-17.00 น.) เท่านั้น ค่าหัวคนละ 120 บาท ราคานี้รวม ค่ารถพาทัวร์สวนขนาด 700 ไร่ + ผลไม้ตามฤดูกาล ซึ่งกินได้ไม่จำกัด แล้วแต่กระเพาะใครจะจุได้แค่ไหน และ Goodbye Drink (มะพร้าวน้ำหอม เฉาะสดๆ คนละหนึ่งลูก)

 

"เกิดมาเพิ่งเคยเห็นต้นเงาะ" มอลลี่สารภาพแบบไม่อายใคร เมื่อไกด์คนขับรถพาทัวร์สวนเงาะ เป็นจุดแรก ขับวนไปวนมา จนถึงจุดให้ชิม โดยมีเงาะกองอยู่บนโต๊ะ มีถังน้ำไว้ให้ล้างมือ และถังขยะไว้ให้ทิ้งเสร็จสรรพ รู้สึกจุดนี้ จะไม่ค่อยมีคนลงมาชิมเท่าใดนัก สงสัยจะกลัวถูกตัดกำลัง…

 

งานนี้ ก็คงจะเป็น "ครั้งแรก" ของใครหลายๆ คน นอกจากมอลลี่แล้ว หนึ่งในนั้นก็มีเรา ที่เพิ่งเคยเห็นต้น "สละ" เป็นครั้งแรกในชีวิต ต้นอะไรไม่รู้ หนามทั้งต้น ทั้งผล เราโดนเสี้ยนจากการแกะเปลือกสละ เพื่อจะชิมเนื้อในอันแสนหอมของมัน ตำนิ้วเข้าให้ด้วย ที่จุดชิมผลไม้รวม จุดที่สอง กว่าจะเอามันออกได้ พี่ดาถึงขนาดต้องใส่แว่น(ขยายสายตา)ช่วย เขี่ยมันออกมา ต้องขอขอบคุณพี่ดา มา ณ โอกาสนี้ด้วย แหม ถึงจะเป็นแค่เศษเสี้ยน แต่มันก็ทำให้เราเจ็บปวดได้นะ เหมือนเพลงนี้เลย >> คนตัวเล็กๆ แต่ใจนั้นยิ่งใหญ่ ยากเย็นเพียงไหน อย่ามองเพียงสายตา…สู้เพื่อแม่ สู้เพื่อแม่ (เกี่ยวกันไหมเนี่ย)

 

ออ…ที่ดงสละ เอกกะลิงน้อย ถ่ายคู่กันที่ต้นนี้ด้วยนะ สงสัยจะเอาเคล็ดถ่าย "สละ (โสด)" กิ๊กๆ กี๋ๆ จุ๊กกรูๆ

 

จุดที่สองนี้ มีผลไม้ให้ชิมเยอะแยะเลย เรางี้ ตรงดิ่งไปที่โต๊ะทุเรียนก่อนเลย เอ๊า…ของแพงนี่ ก็ต้องกินก่อนเป็นธรรมดา พี่ดาหยิบชิ้นจัมโบ้ยื่นให้เราทันที โห้ยเพ่ เม็ดเดียวจอดเลย กินต่อไม่ไหว มีคนถามว่า เอากลับบ้านได้มะ คนปลอกทุเรียนตอบหน้าเป็นว่า "ได้ แต่ให้แค่ยัดใส่กระเป๋ากางเกงได้เท่านั้นนะ" ก็ไม่รู้ มีใครบ้าจี้ทำตามรึเปล่า…

 

เสร็จจากโต๊ะทุเรียน ก็โผมาที่โต๊ะผลไม้รวม หยิบผลไม้โปรด มะเฟือง มาใส่ปากก่อนเลย หง่ำๆ หวานฉ่ำชื่นใจดีแท้ เกือบจะกินของเค้าหมดถาดอยู่แล้ว แว่วเสียงพีดาดังมาว่า มังคุดอร่อย ไหนๆ อร่อยจริงเหรอ ขอชิมบ้าง เท่านั้นแหละ ฟาดเข้าไปเกือบครึ่งโลได้มั๊ง (ตอนนั้นพี่ดาลงท้องไปแล้วสามโล ไม่มีเกินขีด )

 

เราชิมมันทุกอย่างทั้ง มะเฟือง มังคุด มะกอก สละ ยกเว้น แก้วมังกร (อันนี้ไม่ค่อยถูกปาก) ขนุน มะม่วงน้ำดอกไม้ และส้มโชกุน (พวกนี้ กินจนเบื่อแล้ว)

 

เนื่องจากเป็นสวนผลไม้ขนาดใหญ่มากๆ อากาศที่นี่จึงร่มรื่น และเย็นสบายน่านอนมาก นั่งอยู่ในรถเงี้ย แทบจะฟุบหลับได้เลย กำลังเคลิ้มๆ คนขับรถก็พูดผ่านไมค์ว่า "ใครอยากนอนๆ ได้เลยนะครับ (แหน่ะ เหมือนรู้ใจ) เราไม่มีเสื่อให้ครับ มีแต่หมอน….หมอนทอง คนละใบ" แว๊ก หายง่วงเลยเรา ใครจะไปหนุนลง ลูกทัวร์ ไม่ใช่ลูกโยคีนะเพ่ 

 

ออกจากจุดสอง คนขับขี้เล่นเส้นตื้น พาเราชมสวนผลไม้อีกหลายชนิดเลย ทั้งแก้วมังกร ส้ม ลำใย ชมพู่ ฯลฯ สุดจะสาธยาย เกือบจะสุดทางเข้าสวนริมถนนใหญ่ คนขับคนเดิม บอกว่า จะพาเข้าระยองไปห้างแหลมทอง พูดไปแกก็ขับออกถนนใหญ่ เฮ้ย พี่แกเอาจริงเว้ย  แต่ที่ไหนได้ แกขับข้ามถนนไปยังสวนอีกฟากต่างหาก

 

สวนอีกฟากเป็น สวนองุ่น ขนาด 400 ไร่ มีองุ่นหลากหลายพันธุ์ ทั้งพันธุ์สีเขียว (เม็ดเล็ก และเม็ดใหญ่) สีชมพู สีม่วง แหม จุดชิมผลไม้จุดนี้ ชอบที่สุดเลย เพราะได้กินองุ่นไร้เมล็ด แค่กลุ่มสมาชิกบ้านเพลงเก่ากลุ่มเดียวรุมกินโต๊ะ(องุ่น) ก็แทบจะหมดจานแล้ว แถมมีการเมียงมองกะจะต่อโต๊ะอื่นอีกแหน่ะ

 

คราวนี้ชมหมดสวนแล้วจริงๆ พี่คนขับรถปล่อยเราลง ตรงจุดรับ เราได้รับแจกคูปองแลกมะพร้าวจากพี่ดา เค้าให้เราก็เอา พอได้มะพร้าวมาสมใจ ดูดๆ ไป เอ๊ะ ทำไมมันรั่ว ตูดูดนะเฟ้ย ไม่ใช่เป่า เอกเห็นเหตุการณ์ รีบบอกว่า มะพร้าวรั่ว (นี่ยังงงอยู่ไม่หายเลยว่า มันรั่วได้ยังไง) คนเฉาะมะพร้าวได้ยินเข้า รีบเรียกเราให้มาเปลี่ยนเอาลูกใหม่ไป ลูกใหม่ไม่หวานจับใจเท่าลูกรั่วเลยอ่ะ…ไม่หย่อย แต่ก็ดูดจนหมดน้ำ ฮี่ๆ

 

 ราว 16:00 น.

 

จบจากโปรแกรมทัวร์สวนผลไม้ ก่อนมุ่งหน้ากลับสู่กรุงเทพฯ แวะส่งสองน้องทึ้ง น้องเอกสุดหล่อเรา ได้แต่ส่งลิงน้อยด้วยสายตาอันละห้อย และโหยหา ก่อนโบกมือลาบ๊าย บาย ลิงน้อยมีของฝากให้ "อาหมอ(ผี)" (Manity) ด้วย แหม ก็อาหมอ(ผี) อุตส่าห์ฝากของจากกรุงเทพฯ มาให้น้องทรายแดงถึงถิ่นเลยนิ เห็นแล้วน่าปลาบปลื้มใจจริงๆ

 

ก็สมกับสโลแกนที่เพิ่งคิดได้นั่นแหละ "สายใย สานรัก นัดนี้ที่ ระยอง"

 

นัดนี้ก็คงอยู่ในความ "ระลึก…ระยอง"  ของ สมาชิกบ้านเพลงเก่า ไปอีกนาน…

 

เหนื่อยเลยนะเนี่ย กว่าจะเขียนจบได้ เหมือนไปทัวร์มาอีกรอบ

 

กันยา ณ เดือนเก้า

20/06/05