เมื่อวานนำเสนอวิธีรับมือแบบเอาธรรมะเข้าข่มไปแล้ว
ทีนี้ลองมาดูวิธีแบบทางโลกดูบ้าง
 
****************************
 
 
 
 ถูกทิ้งอย่างมีศักดิ์ศรี อย่าพยายามทรมานตัวเองด้วยการหาเหตุผลว่าเขาทิ้งคุณทำไม มันไม่ใช่เวลาที่จะมาหาสาเหตุ แม้ว่าช่วงเวลาหลังถูกทิ้งจะมีแต่ความซึมเศร้าที่คุณรู้สึกเหมือนว่ามันจะคงอยู่ตลอดกาลก็ตาม แต่คุณสามารถควบคุมความรู้สึกนั้นได้มากกว่าที่คิด ลินน์ แฮร์ริส ผู้เขียนหนังสือ "He Loved Me , He Loves Me Not" บอกว่า "มันขึ้นอยู่กับตัวคุณเองว่าจะใช้เวลานานแค่ไหนที่จะเลิกร้องไห้ และกลับไปมีชีวิตปกติ"
 
 รับมือกับความช็อค อย่าแบกทุกอย่างตามลำพัง คุณต้องการกำลังใจจากเพื่อนสนิท โทรเรียกเพื่อนมาชุมนุมและทำให้เรารู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น เมื่อเราซึมซับความจริงที่เกิดขึ้นแล้ว เราคงฝันถึงการแก้เผ็ดร้าย ๆ และมารยาร้อยเล่มเกวียนที่จะใช้กับเขา แต่อย่าไปหาเขาเด็ดขาด ให้คุณเขียนความรู้สึกออกมา มันจะช่วยให้คุณเห็นเรื่องที่เกิดขึ้นชัดเจนขึ้นและสามารถปล่อยผ่านไป และสิ่งที่คุณต้องเขียนอีกอย่างหนึ่งคือข้อดีของเขาที่ทำให้คุณ ท้ายสุดให้เก็บข้าวของทั้งหมดของเขา รวมทั้งสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เต็มไปด้วยความรู้สึก แล้ววางมันให้พ้นหูพ้นตา เป้าหมายของการทำแบบนี้ไม่ใช่เพื่อลบส่วนหนึ่งของชีวิตคุณ แต่เพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นให้คุณคลุ้มคลั่งจนกว่าคุณจะเข้มแข็งขึ้น
 
 ยอมรับว่าเขาไม่ใช่ตัวจริง ที่แย่ที่สุดอย่างหนึ่งของการเลิกรา คือ การมารู้ว่าคุณทำผิดพลาดไป หญิงสาวที่อกหักทุกคนจะมีทางเลือกอยู่สองทาง คือ ทางแรก คุณยอมรับความจริงว่าเขาไม่ใช่คนที่เหมาะกับคุณ และเริ่มทำใจ น่าจะมีคนที่ดีกว่ารออยู่จริงไหม ? ทางที่สอง คือ คุณยึดติดกับภาพฝันว่าคุณจะต้องได้อยู่ด้วยกันเมื่อเขารู้ตัวว่าสูญเสียแค่ไหนที่ไม่มีคุณ
 
 
 ร้องไห้ไปจะได้อะไร นอกจากได้ร้องไห้ ได้คิดถึงเค้า ถึงวันเวลาเก่าๆๆที่เกิดขึ้นของ เราสองคน (เค้าคงจารุหลอกนะ) กลับมา …… คิดถึงตอนที่เราอยู่คนเดียวมาก่อนน่านี้ เรายังไม่เห็นตายเลย
 
 ถือซะว่าเค้าไม่ได้เกิดมาเพื่อเรา…เราไม่ได้เกิดมาคู่กัน ถึงจะเสียดาย เสียใจขนาดไหนเเต่ มันไม่มีประโยชน์หลอกนะ เค้าทำกับเราแบบนี้ดีซะอีกด้วยซ้ำ เราจะได้ไปเสาะแสวงหาความรักใหม่ เค้าคนนั้น สำหรับเรา อาจจะเจอกันวันพรุ่งนี้ก็ได้ไม่เสียเวลา กับคนที่ไม่เลือกเรา
 
 เรารู้นะว่าคุณคิดว่าคุณจะไม่รักใครได้อีก คุณคิดผิดแล้วหล่ะ ก็ไม่รู้จะพูดหรือ อธิบาย ยังไงให้เข้าใจถ่องแท้อ่ะ (เคยเป็นมาก่อน)
สุดท้าย………..ไม่รักใครได้อีกแล้ว…………..ไม่สนใครนอกจากเค้า คำพูดเหล่านี้เราใช้มาหมดเเล้ว ถ้าหาก อายุไม่มาก เกิน 40 ล่ะก็ อยากจะบอกว่า เราต้องเจอ คนผ่านเข้ามาในชีวิตเราอีกมากมาย เรื่อง ของ อนาคตไม่มีใครรรู้หรอกนะว่ามันจะเกิด อะไรขึ้นมาบ้าง แต่ อย่างน้อย มันคงจะต้องมีสัก คนล่ะนะ ที่เกิด มาเพื่อเรา เพราะฉะนั้น อย่า พูดไปจ้า ให้มันรู้ไปสิ รักเจ็ดที ไม่ดีสักคน………
 
 
 เสียใจ…แต่อย่าให้เสียคน เสียใจร้องไห้ฟูมฟาย ฟ้องแม่ คุยกับเพื่อนจนสายไหม้ หรือนอนคุยกะหมา น้ำตาไหลพราก  ก็ทำไปถ้ามันทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น ความเสียใจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เธอต้องรู้จักควบคุมรู้จักความพอดี อย่าให้มันไปทั้งหมดของชีวิต บางคนอกหักถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ทำร้ายครอบครัว ทำร้ายเพื่อนและคนที่รัก เพียงเพื่อคนแปลกหน้าที่เขาเคยรักเรา และตอนนี้เขาไม่รักเราแล้ว การเสียใจ ทำให้เราได้รู้ว่า อย่างน้อยเราก็มีหัวใจไว้รักไว้เจ็บ ยังเก็บความทุกข์ความสุขได้เหมือนคนอื่น แต่เธอก็ต้องรับผิดชอบตัวเองด้วย คือเสียใจแต่อย่าให้เสียคน เจ็บแค่ใจ อย่าให้ส่วนอื่นเจ็บไปด้วย…
 
 มีสติ รู้จักแยกอารมณ์ การแบ่งแยกอารมณ์เป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุดในช่วงภาวะสับสนของคนอกหัก จะเป็นประมาณว่า นั่งเรียนอยู่ก็น้ำตาไหล กลับบ้านก็หมกตัวอยู่แต่ในห้อง ข้าวปลาไม่กิน เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง หลับตาก็นึกถึงแต่เรื่องเขา ถ้าเป็นแบบนี้แปลว่าเธอสับสนทางอารมณ์อย่างหนัก ไม่ควรอยู่คนเดียว บางทีเราควรมีที่ปรึกษาเพื่อแบ่งเบาปัญหาบ้าง เวลาที่เธออกหัก หรือเพื่อนอกหัก ควรปรึกษาพูดคุยกันบ้าง ไม่ต้องอาย เพราะเพื่อนจะมีคำแนะนำและคำปลอบใจเด็ดๆ ให้เธออย่างเช่น แหมอกหักเรื่องเล็ก…แต่อกเล็กน่ะเรื่องใหญ่!
 
 เขาเป็นแค่คนผ่านมา…แล้วผ่านไป คิดเสียว่าคนที่ทำให้เราช้ำเป็นเพียงแค่สายลมพัดผ่านมา เป็นแค่ช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต เขาไม่มีค่าพอที่จะเป็นเพื่อนสนิท ที่จะคบเราไปจนแก่ เขาไม่มีค่าพอที่จะเป็นคนรัก ที่จะดูแลชีวิตกันตลอดไป เขาเป็นแค่สายลมที่พัดผ่านมาให้เราได้เย็นสบายแป๊บเดียว แล้วก็พัดผ่านไป ให้ความเย็นกับคนอื่นอีก ตลอดชีวิตคนเราที่ต้องเติบโตต่อไป เราต้องเจอคนประเภทผ่านมาแล้วผ่านไปอีกมากมายทั้งเพื่อน คนรัก หรือใครก็ตาม ในวันหนึ่งคนเหล่านี้ก็จะเป็นเพียงความทรงจำเก่าๆ ที่ไม่ทำให้เรารู้สึกอะไรเลย โชคดีที่อกหัก…สิ่งที่มีค่ามากกว่าคำว่าเสียใจ
 
จะว่าไปแล้วประสบการณ์รักเป็นพิษในช่วงวัยรุ่นนี่เป็นประโยชน์ต่อชีวิตเหมือนกันนะ เพราะมันเป็นสะพานอีกขั้นให้เธอก้าวไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่ ให้เธอได้ใช้ชีวิตในอีกระดับหนึ่ง ตรงนี้เป็นกำไรชีวิต ที่วันหนึ่งเธอจะหันไปขอบคุณเขา เจ้าตัวต้นเหตุที่ทำให้เราเจ็บน่ะ กำไรที่เหลืออยู่จากรักเป็นพิษก็คือ…ได้เรียนรู้ว่ารักเป็นอย่างไร
 
ถ้าไม่สุขจนล้นมาซะก่อนแล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ็บเจียนตายนอนน้ำตาไหลพรากๆ น่ะมันทุกข์แค่ไหน ถ้าเธอเจ็บมากแค่ไหน ก็จงรู้ไว้ว่าเธอรักเขามากแค่นั้น ต่อไปจะรักใครจะคบใครอีก จะได้รู้ว่า ถ้าต้องอกหักอยากเจ็บแค่ไหนให้พอดี เธอก็จะรักเขาแค่นั้น แค่พอดี คราวนี้รับรองไม่มีเจ็บเท่าครั้งแรก
 
ถ้ารักแล้วจะต้องอกหัก แต่ความรักที่เคยได้มาก็ทำให้สุขล้นคุ้มค่าน้ำตาที่เสียไปไม่ใช่เหรอ…ถ้าใครอยากจะรัก ก็อย่ารีรอ เพราะอกหักอย่างมีสติก็ใช่ว่าจะไม่มีประโยชน์เลยนี่
 
 
อกหักแล้ว อย่าให้ใจเดาะ เลือกวิธีเหมาะๆ ช่วยสะเดาะเคราะห์รักม้วยดู
 
 
กันยา ณ เดือนเก้า
06/09/05