วันหยุดยาวที่ผ่านมา ได้ไปทำบุญ ปล่อยจิตปล่อยใจ ปล่อยเต่า พาใจให้เบิกบาน
****************************
ติ๊ก น้องสาวในลำไส้ใหญ่ เคยมาที่นี่ก่อนหน้าแล้ว เธอชวนเราอยู่หลายหน โดยอาสาจะพาไปซะด้วย แต่พอตั้งใจว่าจะไป ก็มีอันชวด ฉลู ขาล เถาะ อยู่ร่ำไป เสาร์ที่ผ่านมาฤกษ์ดี มีโอกาสได้ไปซะที นัดแนะกันแต่เช้า เพราะเกรงว่า ถ้าไปสาย คนจะล้านแปด ก็ตั้งใจว่า จะขับรถไปบ้านติ๊ก แต่น้องดันเอารถไปสวนลุมฯ ซะนี่ เลยทำให้ต้องนั่งรถเมล์ ซึ่งไม่ได้ขึ้นมานานมากแล้ว ตั้งแต่ปรับเปลี่ยนราคาค่าโดยสารเนี่ย มันกี่บาทกันละนี่…ไอ้รถเมล์เขียว เตรียมไว้ 10 บาทก่อนแล้วกัน กล้วให้ไม่ครบ จะหน้าแหกเอาได้ เอาล่ะ ขึ้นมาได้นั่งเรียบร้อย ทีนี้ ถึงตอนลงป้าย เอ…ถึงยังหว่า ป้ายนี้แหละ พอลงมาเสร็จ ขำตัวเอง ลงผิดป้ายจนได้ตรู นี่แหละหนา ผลของการไม่ค่อยได้นั่งรถเมล์ หลังจากเฟอะกับรถเมล์ ก็มาต่อสองแถวเข้าซอยบ้านติ๊ก เอ๊า กี่บาทล่ะวะเนี่ย จำไม่ได้  ไม่ได้นั่งนาน (ดีแต่ขับรถ) เอาวะ 5 บาทไว้ก่อน พอถึงที่ (คราวนี้ไม่ผิดป้าย) ก็ยื่นเงินให้ นึกว่าจะถอน อ้าว พี่แกไปเลยเว้ย เออ สงสัยจะ 5 บาท ติ๊กบอกว่า ทำไมไม่เอาเหรียญ 10 ให้เค้า จะได้รู้ว่า จริงๆ แล้วเท่าไหร่ เราก็บอกว่า พอดีใช้เหรียญดังกล่าวไปซะแระ
ติ๊กลงทุนเอารถตัวเองขับพาไป สถานที่ที่เราไปเรียกว่า "ตลาดน้ำวัดบางน้ำผึ้งใน" อยู่เขตพระประแดง จ.สมุทรปราการ ช่วงนี้ ที่วัดกำลังจัดงานหล่อพระ คนเลยเยอะพอสมควร ดีที่เราไปกันแต่เช้า แดดไม่ร้อน คนก็ยังมากันไม่มาก เดินสบายๆ ได้ทั่วถึง เราเริ่มเดินจากทางเข้าตลาดน้ำ ทางวัดตั้งซุ้มให้ทำบุญหล่อพระไว้ด้วย เรากะติ๊กเลยพร้อมใจกันทำบุญ โดยเขียนชื่อผู้บริจาคลงบนแท่งทอง (เหลือง) จริงๆ มีหลายขนาด…ตั้งแต่ แล้วแต่ศรัทธา (เป็นแผ่นทองเหลืองกับทองแดง)-399 บาท ที่ด้านนอกวัด แต่ที่ซุ้มนำเฉพาะแท่งขนาด 99 บาทมาให้ทำบุญ ได้ทำบุญแต่เช้านี่ ดีจัง เพราะจิตใจยังสดใสอยู่  อธิษฐานวางแท่งทองข้างองค์พระ หย่อนปัจจัยใส่ตู้เสร็จแล้ว ก็สำรวจพื้นที่ต่อ ทางเดินแยกเป็นสองแพร่ง เราเดินวนซ้ายก่อน มาออกอีกทาง แล้วค่อยเดินกลับย้อนขึ้นตรงปากทาง
ร้านรวงส่วนใหญ่เน้นขายของกิน มีขายของที่ระลึก และผลิตภัณฑ์โอท๊อปบ้างแซมๆ เนื่องจากไม่ค่อยได้ออกนอกบ้านและจ่ายตลาด ติ๊กเลยซื้อของกินไปตุนเพียบ เราก็ตามนิสัย คือ ไม่ค่อยชอบซื้อของ + ไม่ได้เอารถมาเองด้วย ขืนซื้อเยอะ จะแบกขึ้นรถเมล์กลับไม่ไหว (แต่สุดท้าย ติ๊กใจดีให้ยืมรถมาส่งบ้าน )
ขาเข้าทางซ้าย มีคุณยายแก่ๆ ตั้งโต๊ะรับดูดวงด้วย ติ๊กยุให้เราดู เราก็บ้ายุ ดูกับเค้าตอนขากลับ ถ้าดูลายมืออย่างเดียว 10 บาท แต่ถ้าดูครบชุด คือ ลายมือ+ไพ่ป๊อก+ไพ่ยิปซี 39 บาท ไอ้เรามันประเภทเฉยๆ กับเรื่องดูหมอ เลยเอาแค่ดูลายมือพอเป็นกระสัย ทันทีที่เราเผยสองมืออันหยาบกร้านมาประสานกัน ประโยคแรกที่คุณยาย (ชื่อ ยายน้อย แกได้ออกรายการตีสิบด้วยนะ) ทายทักคือ จะลำบากไปถึงไหนฮึ เราก็ไม่ได้ว่าอะไร ปล่อยให้ยายน้อยดูไปเรื่อยๆ แกบอกว่า ชีวิตลำบาก ต้องดูแลพ่อแม่ พี่น้อง ไปอีกนาน เราถามว่า ตลอดชีวิตเลยเหรอ แกบอกว่า มีแนวโน้ม (นี่รวมหลานที่ชาตินี้ฉันต้องดูแลจนกว่าชีวิตจะหาไม่ด้วยหรือเปล่าวะนี่ โอ้ว…ไม่ ไม่) แกปลอบใจด้วยการบอกว่า อายุ 40 ขึ้นไปจะดีขึ้น แล้วก็ถามอายุเรา (ไม่บอกหรอกว่าเท่าไหร่  เหอะๆ) เราบอกไป แกยิ้ม คิดว่าเราอายุน้อยกว่าที่บอกไปตั้ง 10 ปี ต๊าย…ฉันหน้าเด็กขนาดนั้นเลยรึ ยายจะดูจะเดาอะไร ก็ไม่ประทับใจเท่ากับบทสรุปที่ว่าเรา "เป็นคนดี" อ่ะนะ ถ้าอยากรู้ว่า ดีจริงตามแกว่าหรือเปล่า ต้องมาลองคบดู
 
 
 
 
 
ขึ้นชื่อว่า "ตลาดน้ำ" ฤาจะขาด "ก๋วยเตี๋ยวเรือ" ได้ไฉน…หลังจากพากันเดินมาทะลุออกอีกทาง ซึ่งเป็นทางเดินติดกับคลอง โอ้โห ก๋วยเตี๋ยวเรือเรียงรายเป็นตับ ว้าวๆ  เห็นแล้วน้ำลายสอ นี่ขนาดกินข้าวเช้ามาแล้วนะเนี่ย และปกติ เช้าๆ เราจะไม่กินอาหารหนักอย่างข้าวสวยหรือก๋วยเตี๋ยวด้วยนะ แต่เห็นแล้วอดไม่ได้จริงๆ เราเล็งก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตกไว้แล้วล่ะ แต่คนนั่งกันกินกันเต็มริมคลอง เลยไปลงที่ก๋วยเตี๋ยวต้มยำก่อน จะว่าไปแล้ว เราไม่ค่อยศรัทธาความอร่อยกับก๋วยเตี๋ยวราคาค่าตัวชามละ 10 บาทพวกนี้เท่าไรนักหรอก เพราะรสชาติก็งั้นๆ ซะส่วนใหญ่ แต่อือมมมม…เส้นหมี่ต้มยำที่นี่ แซ่บหลายดีแท้ พอจะเรียกศรัทธาคืนมาได้บ้าง ห้ามใจไม่ให้ต่อชามสอง เก็บท้องแล้วย้อนไปร้านก๋วยเตี๋ยวหมูน้ำตก น่าน มีที่ว่างแล้ว นั่งลงสั่งไม่รอช้า เส้นหมี่อีกตามเคย ศรัทธาได้คืนมาอีกหน่อย ก็แหม หย่อยพอกันเลย  โต๊ะข้างเรา เค้าพาฝรั่งมากิน ฝรั่งเห็นท่า โอ้…ไอแอมนอตฟูลล์ ชัวร์ ไกด์เลยพาเดินไปสั่งข้าวเปล่ามาเพิ่ม
อิ่มท้องแล้ว สบายใจจริงหนอ จะให้เดินต่ออีกสองรอบยังไหว  แต่คงไม่ได้ เพราะติ๊กมีนัดต้องพาป่าปี๊ไปหาหมอ เลยต้องทำเวลานิดนึง จะมั่วมาเดินชมนก ชมไม้ เชยคลอง มองของกินเพลินไม่ได้ ก่อนจะถึงทางออก ซึ่งเป็นทางเดียวกับทางเข้า มีร้านขายสัตว์น้ำให้ปล่อย เรากะติ๊กหุ้นกันคนละครึ่ง ซื้อเต่าตัวใหญ่สุด กับปลาไหลแปดตัว เอาไปปล่อยอำลาเอาเคล็ดลงคลองที่ศาลาริมน้ำ ที่เค้าจัดไว้สำหรับให้อาหารปลา (ตะเพียน)
กลับมาถึงบ้าน เล่าให้หลานฟังเรื่องปล่อยเต่า ว่ามีตะพาบด้วย วันอาทิตย์รุ่งขึ้น เจ้าตัวแสบคะยั้นคะยอให้พาไปให้ได้ น้องสาวคงทนรำคาญไม่ไหว เลยพากันไปทั้งครอบครัว (น้อง) โดยมีเรา (อีกแล้ว) กะแม่พ่วงไปด้วย ก็ดี ถือว่าเป็นโอกาสดีได้พาแม่ไปทำบุญ และเอาเหรียญ 25 กับ 50 สตางค์เก่าๆ ที่พ่อเก็บไว้ ซึ่งไม่ใช้กันแล้ว (แม่อนุญาตให้เอาไปได้) มาร่วมหล่อองค์พระด้วย ส่วนหลานก็ได้ปล่อยตะพาบสมใจ…
 
เสียดายมาก ที่กล้องไม่ว่าง เลยอดเก็บภาพบรรยากาศมาให้ดู เอารูปจากเน็ตไปดูแก้ขัดก่อนแล้วกัน ถ้าคราวหน้ามีโอกาสไปอีก ทีนี้คงไม่พลาดจองกล้องไว้แต่เนิ่นๆ
กันยา ณ เดือนเก้า
25/10/05