เป็นเวลาเนิ่นนานแล้ว ที่ไม่ได้ดูหนัง (ภาพยนตร์) เออ…ในที่นี้หมายถึงจากแผ่นดีวีดีนะ

ถ้าจากในโรงหนังไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่ได้เข้าเกือบสามปีได้แล้ว เรื่องสุดท้ายที่ดู ยังจำไม่ได้เลย

***************************

 

เรื่องของเรื่องคือ น้องสาวไปเที่ยวเมืองจีน แล้วไปเหมาแผ่นดีวีดีมาซะเยอะแยะ ถือว่าถูก (ตกแผ่นละ 25 บาท) สองในหลายเรื่องที่ซื้อมา ก็เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจ ซึ่งเป็นของผู้กำกับคนเดียวกันเลย เสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา พี่จุ๋มขอลากลับบ้าน เราเลยต้องอยู่บ้านเฝ้าพ่อโดยปริยาย ก็ใช้ช่วงเวลาที่พ่อพักผ่อน มาเปิดดู

 

Tim Burton’s Corpse Bride เป็นเรื่องแรกที่ชวนน้องมาดูกันในคืนวันศุกร์ เปิดมาก็ต้องทำใจอย่างมาก เพราะภาษาพูด ฟังกันได้แค่งูๆ ปลาๆ ภาษาเดียว คือ อังกฤษ เสียงก็ชัดเหลือเกิน (ประชด) ส่วนภาษาบรรยาย ไม่มีภาษาอังกฤษให้เลือก สรุปแล้ว ต้องใช้ความสามารถทางโสตกับจักษุอย่างยิ่งในการรับรู้เรื่องราว ภาพที่ปรากฏนั้น ก็ชัดแจ๋วแหววพอกันกับเสียงเลย (ประชดซ้ำ) นี่มันดีวีดีเวอร์ชั่นไหนเนี่ย ภาพชัดเจงๆ แถมเรื่องก็ดันออกซีเปียอีก (จริงๆ แล้วมันเป็นภาพสีหรือเปล่าไม่รู้) เออวะ คิดมากไปทำไม เอาอะไรมากกับ 25 บาท ไงก็ดีกว่าดูวีซีดีแล้วกัน

 

ดูเรื่องนี้แล้ว เหมือนดูหนังชาร์ลี แชปลิน ไม่ต้องมีเสียงพากย์ก็เดาเรื่องออก ตัวละครในเรื่องทุกตัวดูเหมือนซากศพ (ถ้าได้ดูในโรง คงเหมือนคนขึ้นมาหน่อย…คนดูนะ ) อนิเมชั่นเรื่องนี้ก็ไม่ต่างจาก Nightmare Before Christmas เท่าไร รูปลักษณ์พิมพ์เดียวกัน แต่ปรุงรสต่างกัน เนื้อหาจะว่าไปแล้ว ก็แปลกพอสมควร แต่บรรยากาศในเรื่องไม่ดีเอาเยอะเลย อึมครึม ดูแล้วอึดอัด อยากให้จบไวๆ

 

ว่าโดยส่วนรวมแล้ว ไม่ค่อยประทับใจ ส่วนหนึ่งคงต้องโทษที่แผ่นด้วย แต่ก็ยังดีที่ได้ดู

มาถึงเรื่อง Charlie and The Chocolate Factory ที่ได้ดูเมื่อวานบ่ายบ้าง ก็เตรียมใจไว้แล้วกับสิ่งที่จะได้ดูได้เห็น หลังจากมีประสบการณ์กับแผ่น Corpse Bride เปิดมาเริ่มเข้าที มีภาษีหน่อย ตรงที่มีภาษาอังกฤษบรรยายให้ด้วย แต่…ไม่รู้จะมีทำไม เพราะกว่าจะขึ้นมา ปากพูดไปถึงเมืองไทยแล้ว คำบรรยายยังอยู่เมืองจีนอยู่เลย ปล่อยใจทำใจอีกตามเคย ยังดีหน่อยที่ภาพชัดพอดูรู้ว่า Willy Wonka ในเรื่องเล่นโดย Johnny Depp เรื่องนี้ของ Burton ก็ยังคงเน้นจินตนาการอีกตามเคย สนุกและมีสีสรรกว่าเรื่องแรกเยอะ แม้ตัวละครเด็กตัวเด่นในเรื่อง ยังแสดงขัดๆ ไปบ้าง แต่ด้วยการแสดงอันเข้าถึงอารมณ์ของนักแสดงผู้ช่ำชองและเจนจัดอย่าง Johnny Depp ในบทของเจ้าของโรงงานช็อคโกแล็ตแล้ว ก็ช่วยกลบเกลื่อนข้อด้อยนั้นไปได้อย่างแนบเนียน แม้เรื่องจะดูทันสมัยเว่อร์ๆ ในบรรยากาศแบบยุคนาซี แต่ก็แฝงแง่คิดไม่เว่อร์เกี่ยวกับ ความสำคัญของสถาบันครอบครัว ทั้งเรื่องชอบอยู่อย่างเดียะ คือ รอยยิ้มของ Willy Wonka ไม่รู้ฟ้นที่แกแย้มให้เห็นนั่น เป็นของแท้ หรือเทคนิคตกแต่ง ช่างขาวเงางามและเรียงกันเป็นระเบียบดีแท้!

 

 

 

จบจากสองเรื่องนี้แล้ว ไปรื้อกรุดีวีดีที่น้องซื้อสะสมไว้ เรื่องต่อไป ถ้ามีเวลาจะเอามาดูคือ The Day After Tomorrow กะจะดูไว้ เกิดวันหนึ่งโลกเกิดวิกฤตการณ์เช่นนั้นขึ้น จะได้เตรียมใจถูก

 

กันยา ณ เดือนเก้า
07/11/05

Advertisements