สามเรื่อง สามรส ในสามวันหยุด

 

**************************

เสาร์ที่ 10 ธันวาคม

 

ปีนี้เป็นปีที่สองแล้ว ที่มีการจัดงาน Japan Food Fair โดย องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) และก็เป็นครั้งที่สองสำหรับเราเหมือนกัน ที่ไปมา เนื่องจากกลัวคนจะเยอะ แล้วจะไม่ได้ดู+ซื้ออะไร น้องเลยชักชวนให้ไปศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ แต่เช้า ถนนปลอดโปร่งดี ที่จอดรถก็ยังพอมีให้เห็น พอเดินเข้ามาในงาน นี่ขนาดมาตอนร้านรวงเพิ่งเปิดได้ยังไม่ถึง 30 นาทีดี (งานเริ่ม 10.00 น.) นะเนี่ย โอ้โห ผู้คนหลั่งไหลมาจากไหนกันเยอะแยะ เราเสนอแนะน้องๆ ให้ไปดูของที่อยากได้ที่ Super Market Zone ก่อน เพราะเกรงของจะหมดก่อนจะได้ซื้อ (ดูจากสภาพผู้คนที่ทะลักเข้ามา) ก็ได้ของบางส่วนมา หลุดจากโซนนี้แล้ว ไปเดินวนดูบูธอื่นๆ บ้าง ได้ชิมของแปลกๆ หลากหลายดี ไม่ว่าจะเป็นบะหมี่สำเร็จรูป ข้าวญี่ปุ่น เต้าหู้ต้ม ซุปมิโซะ น้ำบ๊วยรสเข้มข้น ชาเขียวรสแอปเปิล ฯลฯ นี่ถ้าเดินวนอีกสักสามรอบ คงไม่ต้องกินข้าวเที่ยงพอดีแหละ เดินไม่นานก็ครบรอบ เพราะบูธไม่มาก (ซึ่งผิดกับงาน Thailand Best Buy 2005 ที่จัดคู่กัน แต่คนละโซน) ได้วัตถุดิบที่จะทำข้าวห่อสาหร่ายครบ ที่ Super Market Zone อีกด้านหนึ่ง ก่อนกลับ น้องมันนึกอยากส้มตำปลา(เมื่อย)ร้าแบบไม่เซ็งที่งาน Thailand Best Buy (หลังจากกินอย่างเซ็งๆ เมื่อครั้งแรกที่มาเดิน) แบบว่ามันก็ใกล้เที่ยงแล้วอะนะ เลยได้ไส้กรอกอีสาน 2 แท่ง กับยำข้าวทอดหนึ่งชุดมาเพิ่มด้วย

หลังจากได้เดินงานอาหารญี่ปุ่น แถมได้อาหารไทยๆ มากินตอนกลับ ถึงบ้านก็ได้กินอาหารจีนอย่าง เกี๊ยวน้ำ ฝีมือแม่ ซึ่งอร่อยเลิศไม่แพ้อาหารสูตรเด็ดใดๆ ที่ว่าแน่ในโลกานี้

 

อาทิตย์ที่ 11 ธันวาคม

 

6.30 น.วันนี้มีนัด มีตติ้งกับสมาชิก บอร์ดบ้านเพลงเก่า  เพื่อร่วมเดินการกุศลในงาน “เดินการกุศลเพื่อสุขภาพ ครั้งที่ 5” เราซื้อบัตรร่วมงานนี้ของสภากาชาดไทย ก่อนวันงานจริงมาหลายเดือนแล้วล่ะ ทีแรกที่ซื้อเพราะตั้งใจจะทำบุญเท่านั้น แต่เห็นว่าบัตรมีหลายใบอยู่ ไปร่วมงานซะหน่อยก็น่าจะดี ได้ออกกำลังด้วย ได้คุยออนไลน์กะ พี่ดา (เว็บแอดมินแห่งบ้านเพลงเก่า) อยู่เนืองๆ เลยชวนแกไปเดินด้วย คุยไปคุยมาปิ๊งไอเดีย เออ…งั้นก็จัดเป็นงานมีตติ้งสมาชิกบอร์ดบ้านเพลงเก่าไปซะเลยสิ ก่อนถึงวันงานหนึ่งเดือน เราเข้าไปโพสต์กระทู้เชิญชวน "รวมพล…คนน่ารักที่ซู๊ดดดดดดดดดดดดด"  ปลายพฤศจิกายน เราส่งเมล์เทียบเชิญไปยังสมาชิกที่คุ้นเคย ส่วนพี่ดาก็ร่อนเมล์ไปถึงสมาชิกในบอร์ดทุกคนที่ติดต่อได้ บางคน แกถึงกับเมล์เป็นการส่วนตัวไปหาเลยนะ เรา(คนชวน)ล่ะซาบซึ้งและประทับใจกับความร่วมมือร่วมใจของพี่ดาจริงๆ ไม่ว่างานไหน ที่มีพี่ดา รับรองงานนั้นพี่ดาเต็มที่ เกินร้อย

ไม่ได้คาดหวังไว้แต่แรกแล้วว่า สมาชิกจะมากันล้านแปด เพราะขนาดงานมีตติ้งที่จัดจริงจัง เมื่อมกราต้นปีที่ผ่านมา สมาชิกบ้านเพลงเก่าเองมากันไม่เท่าไหร่ สมาชิกจากเว็บอื่น อย่าง เว็บวงชาตรี  หรือเว็บป๋อคลับ  ดูจะมากันเยอะกว่าซะอีก เหอะๆ แล้วจะนับประสาอะไรกับ ไอ้แค่งานเล็กๆ แถมไม่ได้จัดเองนี้ มากันแปดคน ก็เยอะแล้ว

สมาชิกทั้งหมดที่มาด้วยใจจริงๆ ไม่อิงนิยาย มีทั้งหมด 10 คน (ไม่นับรวมเรา) อันประกอบด้วย สมาชิกจากบอร์ดบ้านเพลงเก่า 7 คน (พี่ดา คุณโจรสลัดตาเดียว ใส่ใจ เอก ระตู นัท และปู(เวส)ป้า (สมาชิกใหม่ที่มาด้วยเพลงสุชาติ(ใจรัก)) สองราย คือ พี่เดือน กับคุณไก่ มาจากป๋อคลับ และอีกหนึ่ง คือ น้องแนน มาเป็นเพื่อนคุณปู(เวส)ป้า แต่คนที่ต้องขอยกนิ้วโป้ง 2 (แถมนิ้วอื่นอีก 8 ให้) และมาก่อนใครเพื่อนเลย คือ ใส่ใจ รายนี้มาด้วยสปิริตจริงๆ อุตส่าห์มาสวนลุมฯ แล้วต้องถ่อไปต่อรถตู้เพื่อไปเรียนที่บางปูอีกตอน 7 โมงเช้า เธออยู่ได้ไม่นานยังไม่ทันได้เจอใครนอกจากเรากับพี่ดา (แต่ทันช่วยฉีกหางบัตรเพื่อลุ้นรับรางวัล + รับของที่ระลึกจากเรา และถ่ายรูปไว้ว่ามาจริง) ก็ต้องขอตัวกลับ เพราะกลัวไม่ทันรถตู้ (ภายหลังโทรมาบอกว่า ขึ้นไม่ทัน)

6 โมง 40 ขบวนงานซึ่งตั้งแถวคอยท่าที่หลังพระบรมรูป เริ่มเดินกันแล้ว แต่พลพรรคคนน่ารักที่ซู๊ดดดดดดดด ยังมากันไม่ครบเลย เดินการกุศลเลยเปลี่ยนเป็นงานเดินกันเองไปโดยปริยาย รายต่อมาที่ถึงคือ พี่เดือนกับคุณไก่ ตามมาด้วย ระตู หนุ่มตัวหญ่ายยยยใหญ่ แต่ใจดี๊ดี, น้องเอก ในมาดหนวดเริ่มเฟิ้ม และสุดท้าย คุณปู(เวส)ป้ากับน้องแนน เราพาขบวนเดินกันเอง ไปหาคุณโจรสลัดตาเดียว เดินไปผูกสัมพันธ์กันไประหว่างสมาชิก ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจยิ่งนัก หลังจากเจอหนุ่มโจรสลัดแล้ว ก็เดินไปยังจุดตั้งขบวนของงาน เพื่อไปหา น้องนัท ที่วิ่งไปแล้ว 1 รอบสวนลุมฯ ต่อ พอเจอกันครบเซ็ท ก็พากันไปรับของแจกในงาน นัทเหลือบไปเห็นมือเน่าๆ ข้างขวาของเรา ถึงกับอุทานว่า "พี่ มือเป็นอะไร" เราบอกว่า "อ๋อ แพ้สารพัดน้ำยา เป็นมาหลายปี หามาหลายหมอแล้ว ไม่หาย" ด้วยความหวังดี นัทแนะนำว่า "พี่ก็เอาถุงยางมาใส่สิ" เอกที่ยืนฟังเรื่องราวอยู่อย่างสนใจ ถึงกับงงงวย เรามองหน้านัทแล้วถามขอการยืนยันว่า "ให้พี่ใส่ถุงยางจริงๆ เหรอ ไม่ไหวม้าง" นัทยิ้มแห้งๆ ทั้งๆ ที่เหงื่อโชกหน้า แล้วบอกว่า "แฮ่ะๆ ถุงมือยางต่างหาก พูดผิด" เฮ้อ เล่นเอาคนฟังตะลึง คุณโจรขอตัวลากลับก่อนเพื่อไปทำงานต่อ หลังจากเคลื่อนขบวน เพื่อเดินไปฟู้ดเซ็นเตอร์ของสวนลุมฯ เพื่อหาข้าวเช้าทานกันได้ไม่ถึงโล เอกก็ต้องขอลากลับ เพราะต้องไปไหว้แม่ที่เพิ่งเสียไป

 

ณ สวนลุมฟู้ดเซ็นเตอร์ โชคดีมีโต๊ะกลมว่างอยู่หนึ่งตัว นั่งรวมกันได้หมดพอดีที่เหลือ 8 คน เพื่อความง่ายและสะดวก พวกเราตกลงกินข้าวต้มกัน กับข้าวกระชับไมตรีในมื้อนั้น ประกอบด้วย ผัดผักบุ้ง 2 ยำกุ้งแห้ง ยำไข่เค็ม ผัดหอยกระพง ปลาทอด ไข่เจียว สมาชิกส่วนใหญ่รักษาหุ่น เลยกินข้าวต้มกันแค่คนละชาม ทานข้าวกันไป สนทนาพาผูกสัมพันธ์กันไป จนอิ่มท้องกันแล้ว พากันเดินย่อยอาหารมาจนถึงประตูใหญ่หน้าหินกลิ้ง ก็แยกย้ายกันกลับ

ทีแรกว่าจะให้พี่ดาพาเดินไปขึ้นสาย 36 เพื่อลงท่าเรือสี่พระยา แต่พอเดินออกมาที่ลานพระบรมรูป เราเห็นว่า ขึ้นรถทางสีลมน่าจะใกล้กว่า ไม่ต้องเดินไกล พี่ดาเลยพาเดินลงสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน เพื่อไปโผล่ที่สถานีสีลม ขณะยืนคุยกันที่ป้ายรถเมล์ จู่ๆ มีหนุ่มวัยน่าจะอยู่ช่วง 50 ต้นๆ หันมาถามว่า เว็บไซต์โอล์ดซองโฮม  เนี่ย เป็นเว็บเพลงเหรอ (สงสัยคงจะเห็น url ที่หลังเสื้อเรา) โอ้ว…เจ๋งมากเลยพี่ ถามถูกคนแล้วล่ะ เราปล่อยให้แอดมินแห่งบ้านเพลงเก่าตอบซะเกือบทุกคำถาม ขณะถูกยิงคำถามไปเรื่อยๆ รถเมล์ที่เรารอก็มา เราร่ำลาและขอบคุณพี่ดา เอ๊า ปรากฎว่า หนุ่มนายนั้น ก็ขึ้นสายเดียวกัน พี่ดากระซิบว่า เดี๋ยวได้ไปต่อกันบนรถ แหง แต่พอขึ้นไปแล้ว ไปคนละมุมเลย บทสนทนาด้วยความสนใจเว็บบ้านเพลงเก่าเลยจบลงแค่ที่ป้ายรถเมล์

กลับมาถึงบ้านยังไม่ 9 โมงครึ่งดี เอาขนมที่ได้รับแจกให้หลานๆ เริ่มรู้สึกฟึดๆ และมึนๆ เลยลากตัวเองไปสลบที่ห้อง เฮ้อ…สงสัยงานนี้ คงจะแพ้ "คนน่ารักที่ซู๊ดดดดดดดดด" เข้าให้ซะแล้ว

จันทร์ที่ 12 ธันวา

 

แม่ได้ข้าวหอมมะลิใหม่จากคนงานเก่ามาหนึ่งถุงใหญ่ แกเลยปรารภว่า น่าจะเอามาทำข้าวห่อสาหร่าย (มันน่าจะเป็นสาหร่ายห่อข้าวมากกว่านะ) คนทำเห็นดีด้วย เมื่อวันเสาร์ไปซื้อวัตถุดิบมาเรียบร้อย วันนี้ได้ฤกษ์เหมาะแก่การทำยิ่งนัก หลังจากกลับจากตลาดเช้าตรู่ เราหุงข้าว+เตรียมส่วนประกอบบางส่วนไว้ บ่ายเริ่มลงมือ

ปกติจะทำแต่ไส้ปูอัด มาคราวนี้ นึกคึกคะนองลองไส้อื่นด้วย คือ ไส้แตงกวาดอง(เอง) กับ ไส้กุ้ง ไส้แรกไม่มีปัญหาอยู่แล้น ถนัด(มือ)นัก แต่ไอ้สองไส้หลังนี้ดิ กว่าจะได้ออกมา ทุลักทุเลพอสมควร

สูตรน้ำดองแตงกวายัยกันย์เนี่ย ประกอบด้วย น้ำมันงา+น้ำส้มสายชู+เกลือ+น้ำเชื่อม เอามาตีรวมกัน พอชิมดูแล้ว ได้รสชาติใกล้เคียงกับที่เคยกิน ก็เอาแตงกวาไทย (ซึ่งมีความยาวสั้นกว่าแตงกว่าญี่ปุ่น) ใส่รวมกันลงไปในกล่องพลาสติก แล้วแช่ตู้เย็นไว้ พอได้เวลาสอดไส้ ปรากฏว่า มันทั้งสั้นทั้งลื่น (เพราะน้ำมันงา) ม้วนแล้ว ไส้พาลทะลัก ไม่เกาะติดข้าว ปลายสาหร่ายก็ทับปิดกันไม่อยู่เพราะลื่นน้ำมัน ทำไปได้สองม้วนเลยเลิก

 

ส่วนอีกไส้ใหม่ คือ ไส้กุ้ง ก็มีแต่กุ้ง ไอ้ที่อยู่ในตู้เย็นที่เราคิดว่าเป็นมายองเนส ก็เป็นสลัดครีมไปซะเนี่ย (แถมหมดอายุอีกต่างหาก…ใครเอามาแช่ฟะ ไม่รู้จักดู) น้องสาวเลยอาสาเดินไปเซเว่นปากซอยดูให้ มันกลับมามือเปล่า บอกว่า ดูทั้งเซเว่นซ้ายขวา(จากปากซอย)แล้วไม่มีสักเจ้า น้องสาวอีกคนบอกให้ไปซื้อที่ร้านเบเกอรี่ที่ตลาดสิ รับรองมี ไอ้น้องคนเดิมขี่จักรยานไปดูให้อีก ปรากฎว่า ไม่มี ร้านชำที่ตลาดก็ไม่มี หลังจากพลาดหวังมาสองเที่ยว มันเกิดปิ๊งไอเดียว่า ใช้ทูน่าในมายองเนสแล้วผสมกุ้งดิ (เราเกือบจะใช้ซี่อิ้วมาคลุกกุ้งแทนแล้ว) เซเว่นมีแน่นอน เออ เข้าที มันเดินไปเซเว่นเป็นรอบที่สอง ครั้งนี้ได้ทูน่ากระป๋องมาสมใจ แต่กรรมหรือเวรอันใดมิทราบ นำชักให้มันหยิบมาผิด ไอ้เราก็มั่นใจชัวร์ว่า มันซื้อมาถูกต้องแน่นอน เลยไม่ได้ดูข้างกระป๋องก่อนตอนเปิด "เฮ้ย ทำไมทูน่าในมายองเนสมันสีแปลกๆ วะ" เราอุทานด้วยความแปลกใจ (นึกว่าเสีย) พอยกกระป๋องขึ้นดู เห็นตัวอักษรภาษาไทยที่อ่านได้ว่า "ทูน่าในน้ำมันพืช" เท่านั้นแหละ สีหน้าเซ็งสุดขีดของน้องฉายออกมาทันที "กูไม่ไปแล้วนะ นี่เงินสามสิบบาทกับอีกห้าสิบสตางค์ บวกแสตมป์เซเว่นหนึ่งดวงมีค่าหนึ่งบาท เอาไปซื้อใหม่เลย อ่ะ นี่อีกห้าสิบบาท กันพลาด"

รับเงินใส่กระเป๋ากางเกงมาเรียบร้อย เปลี่ยนคนไปเซเว่นเป็นรอบที่สาม คราวนี้ไม่ผิดแน่ ทูน่าในมายองเนสกระป๋องราคา 31.50 บาทนี้นี่แหละ พอถึงเคาเตอร์จ่ายตังค์ ควักแบงค์ยี่สิบออกมา พร้อมกับเหรียญห้าสองเหรียญ เหรียญสลึงอีกสอง อ้าว แล้วแสตมป์หายไปไหนฟะ ล้วงดูจนทั่วกระเป๋าแล้วก็ไม่เจอ แง้มแล้วก็ไม่เห็น เฮ้ย ไม่มี ตายละตู พนักงานเริ่มหงุดหงิด เอ้อ มีแบงค์ห้าสิบนี่หว่า เฮ้อ…เกือบได้เดินเซเว่นเป็นรอบที่สี่ซะแล้วไหมละ

กว่าจะได้ไส้ทูน่าในมายองเนสผสมกุ้ง ข้าวในหม้อกับสาหร่ายที่ตัดไว้แห้งและเหี่ยวพอดี แต่พอห่อออกมาแล้ว น้องได้ชิม มันบอกว่า อร่อยใช้ได้ แหงเหนาะ ก็ไส้นี้แลกมาด้วยการเดินเซเว่นเกือบสี่รอบ กับตลาดอีกหนึ่งรอบเชียวนะ…

 

กันยา ณ เดือนเก้า
13/12/05