ช่วงสามสี่วันมานี้ เข้าออกโรงพยาบาลเป็นว่าเล่น บ่อยยิ่งกว่าเข้าเซเว่นซะอีก
 
*************************
 
บางครั้งการที่เราเห็นด้วยตาเนื้อว่า ร่างกายเราก็ดูสมบูรณ์ดี ยังเคลื่อนไหว เดินเหิร กินนอนได้เป็นปกตินั้น แท้จริงแล้วสภาพภายในร่างกายเป็นอย่างไร เราไม่มีญาณหรือตาทิพย์ที่หยั่งรู้ได้ นอกจาก "สัญญาณเตือน"
 
วันพฤหัสบดีที่ 15 ธันวาที่ผ่านมา พี่สาวคนโต ดำเนินชีวิตตามปกติของเธอ (แต่เราสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติของเธอ คือ อารมณ์ดีเป็นพิเศษ พูดคุยมากกว่าปกติ ไม่นอนกลางวัน ดูกระฉับกระเฉงผิดปกติ) ตกเย็นหลานกลับมาจากโรงเรียน เธอก็จัดแจงอาบน้ำให้เหมือนเช่นเคย แต่เย็นนั้น เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมือนเคย ขณะจะเดินไปทำอะไรของเธอไม่รู้ ผ่านตรงที่พ่อนั่งดูทีวีประจำ เธอเกิดอาการชัก ล้มลง ปากเบี้ยว มือหงิกงอ เรา พี่จุ๋ม และเพื่อนชายกิ๊บ (ลูกสาวพี่สาว) รีบแบกเธอลงจากชั้นสามลงไปชั้นล่าง เพื่อให้กิ๊บที่สตาร์ทรถรออยู่แล้ว พาไปโรงพยาบาลใกล้บ้านโดยเร็วที่สุด
 
หลังจากสแกนสมอง พบว่า เธอมีเนื้อสมองบางส่วนฝ่อ และเส้นเลือดตีบ สาเหตุคาดว่าคงมาจากการที่เธอติดเบียร์ เธอยังพูดคุยรู้เรื่องดีในวันแรก แต่วันต่อๆ มารู้สึกจะแย่ลง เริ่มเห็นภาพหลอนและสร้างจินตนาการไปต่างๆ จากจิตใต้สำนึก มีอาการสั่นบ่อยๆ และชักรุนแรงแทรก คงเพราะจากการหยุดแอลกอฮอล์กระทันหัน แต่หลังจากได้รับยากันชักมาสามวัน วันนี้พี่สาวคนที่สองที่ไปเฝ้าไข้และดักรอหมอเจ้าของไข้แต่เช้า กลับมาเล่าให้ฟังตอนกลางวันว่า เธอมีอาการดีขึ้นเล็กน้อย
 
หมอบอกว่า ต้องให้เวลาหมอตรวจเช็คสภาพร่างกายส่วนอื่น (เช่น ตับ) และรอดูอาการสักระยะหนึ่ง ถึงจะทราบสาเหตุที่แน่ชัด
 
พวกเราทางบ้านก็ได้แต่ภาวนาให้เธอมีอาการดีวันดีคืน เรื่องหายเป็นปกติ 100% ยังไม่แน่ใจ แต่ไม่เป็นไร ขอแค่ให้เธอกลับมาเป็นพี่สาวคนใหม่ คนที่เลิกสิ่งไม่ดีทั้งหลายได้อย่างเด็ดขาดก็พอ
 
 
 
 
"สัญญาณเตือน" เกิดขึ้นกับทุกคน เพียงแต่คนนั้นจะมี "สติ" พอที่จะระลึกได้มากน้อยแค่ไหน ดังนั้น เราจึงควรมีสติอยู่ตลอดเวลา ไม่ประมาทกับชีวิต ไม่หลงติดสิ่งเสพติดและอบาย
กันยา ณ เดือนเก้า
19/12/05