วานซืนได้ไปทั้งช่วยงานคนอื่น และตรวจสภาพสังขารตัวเอง และวานนี้ก็มีข่าวดี
 
 
***************************
 
 
นี่ถ้าไม่เคยให้สัจจะไว้กับพระสงฆ์ เราคิดว่าเจ้านายเราผู้มีเชื้อสายจีนคงไม่นึกบวชเป็นแน่ พอพูดถึงประเพณีนิยมของชายไทยนี้ สำหรับคนจีนแล้ว ดูวุ่นวายดีเหมือนกัน ถามกันให้วุ่นตลอดว่า แล้วต้องทำยังไงต่อ ยังดีที่เจ้านายเรามีผู้รู้คอยเป็นพี่เลี้ยงให้
 
 
เช้าตรู่แต่ฟ้ายังมืด ตีห้าครึ่งของวันที่ 20 ธ.ค. เราแวะรับหน่อย (พนักงานอีกคน) ไปถึงวัดบางยี่ขัน ยังไม่หกโมงเช้าดี ปรากฏว่า ว่าที่พระบวชใหม่ยังไม่มาเล้ย เลยต้องเดินไปหาที่บ้าน (ไม่ไกลจากวัด) ของที่เตรียมไว้สำหรับงานเยอะแยะไปหมด เราเห็นมีกระติกน้ำร้อนด้วย นึกว่า ว่าที่พระใหม่คงจะเอาไว้ฉันกาแฟ ที่ไหนได้ เอาไปผสมน้ำเย็นไว้อาบตอนปลงผม ก็เช้าขนาดนั้น อากาศก็เย็นยะเยือก ไผ๋จะทนได๊น้อ หลังจากเจ้านายกลายเป็นบุรุษไร้ผมและขนคิ้ว เราได้ถวายสังฆทานเพื่อเป็นการทำบุญให้พี่สาว งานนี้ไม่อึกทึก ครึกครื้น โครมคราม เหมือนงานบวชทั่วไป ออกไปทางแนวเรียบง่าย ผู้คนไม่มากมาย เพราะเฮียแกบอกไว้ไม่กี่คน ตอนแห่นาค เกือบได้ถือหมอนแล้วไหมล่ะ ดีที่มีคนตัดหน้าไปซะก่อน (คงเป็นญาติ) ไม่งั้น เดี๋ยวถูกเพ่งเล็ง 555 จะเสียภาพพจน์เฮียเค้าได้
 
 
จากชุดขาวเปลี่ยนเป็นผ้าเหลือง จากสรรพนามเฮียเป็นหลวงพี่ ดูท่านเปลี่ยนไปเป็นคนล่ะคน หน้าตาเนื้อตัวผ่องใสปิ๊งๆ อนุโมทนาจริงๆ เห็นแล้วปลื้มแทนป่าป๊า หม่าม้า หลวงพี่ที่ได้เกาะชายผ้าเหลือง ไอ้เราก็พลอยได้บุญไปกะเค้าด้วยนะเนี่ย หลังจากฉายภาพกับหลวงพี่พอสมควร เหล่าพนักงานพากันขอตัวกลับไปทำงานต่อ ยกเว้นเรา อิๆ แว้บไปหาหมอต่อ…
 
 
 
หกเดือนผ่านไปไวจัง ได้เวลาอัลตร้าซาวน์ตรวจซีสที่รังไข่ซ้ายอีกรอบละ กะว่าถ้าถึงโรงพยาบาลแล้ว จะไปเข้าห้องน้ำซะหน่อย นึกขึ้นได้ว่า ทำอัลตร้าซาวน์ต้องกินน้ำเยอะๆ ให้ปวดฉี่นี่หว่า เลยอั้นไว้ก่อน หลังจากยื่นประกันสังคมเสร็จ ก็ไปรอหมอที่แผนกสูติ-นรีเวช ดีที่คิวไม่ยาว ไม่ต้องรอนาน คุณหมอก็กระฉับกระเฉงและฉับไวมาก เอาอุปกรณ์กลิ้งๆ ที่ท้องไปมา เรางี้ทั้งจั๊กจี๊และปวดฉี่ แล้วก็บอกว่า ตรงบริเวณนี้เป็นอะไร ตรงนั้นเป็นอะไร ดูไม่ค่อยออกหรอก เพราะนึกไปเทียบเคียงกับภาพวาดร่างกายของเราในส่วนของมดลูกแล้ว ก็ไม่เห็นใกล้เคียงกับส่วนไหน หมอกลิ้งๆ ที่ท้องซ้ายถี่ๆ อยู่พักนึง แล้วก็รายงานผลว่า ปกติดี ซีสไม่ใหญ่ขึ้น ส่วนข้างที่ผ่าไปแล้ว ก็ไม่มีปัญหาอะไร ไม่ต้องทานยา อีก 1 ปีมาตรวจใหม่ (คราวนี้ยาวเลย)
 
ไม่นึกว่าจะตรวจเสร็จไวขนาดนี้ เลยไปยื่นบัตรประกันสังคมอีกรอบ ขอตรวจผิวหนังที่มือ เจ้าหน้าที่ก็บ่นเข้าให้ บอกว่า ทีหลังถ้ามาหาสองหมอ ให้บอกไว้ก่อน จะได้ส่งประวัติคนไข้ต่อไปเลย ก็เลย แฮ่ะๆ เสียเวลารอนิดหน่อย พอหมอเห็นสภาพมือแล้ว ก็ส่ายหน้า คล้ายเป็นนัยว่า ไม่ไหว ปล่อยให้เป็นขนาดนี้ได้ไงเนี่ย ความจริงก็ไม่ได้เน่ามากหรอก นี่นับว่าอยู่ในสภาพที่พอดูได้ขึ้นเยอะ แค่มีร่องรอยอารยธรรมแห่งบาดแผลเล็กๆ น้อยๆ พอให้เห็นอยู่บ้างเท่านั้นเอง รอตั้งนาน ตรวจแค่แป๊บเดี๊ยะ เสร็จละ มารอนานอีกรอบ ที่จุดรับยา ก็ได้ยาทาบ่อยๆ มาสองตลับ ยาทาเช้า-เย็นหนึ่งตลับ และยาเม็ดกินแก้คันคะเยออีก 10 เม็ด ตอนนี้ก็ทำตัวเชื่อฟังหมอ เอายาทาไว้ใกล้ๆ ตัว พอเหลือบไปเห็นก็หยิบมาทาๆ ทา ทา ยัง บางทีลืมก็ยัง ไม่ทาทา อาการดีขึ้นทันตาเห็น บวกกับช่วงนี้ต้องใช้โลชั่นด้วย เลยได้ป้องกันสองต่อ
 
 
 
เมื่อวานมีข่าวดี พี่สาวคนโตได้กลับบ้านแล้ว แต่พรุ่งนี้ หมอนัดตรวจอัลตร้าซาวน์ เราว่า บทชีวิตตอนนี้ของพี่สาว ออกแนวปาฏิหาริย์ วันแรกๆ ที่เข้าโรงพยาบาล ยังพอพูดคุยรู้เรื่อง แต่ย่างเข้าวันที่สามและสี่ มีอาการไม่ดีเลย ทั้งพูดเพ้อ สั่น และชัก เกือบได้เปลี่ยนโรงพยาบาลแล้ว แต่เหลือเชื่อวันต่อมากลับมีอาการดีขึ้น สามารถรื้อฟื้นความจำได้ ดูภายนอกเหมือนคนปกติ ที่ไม่เคยป่วยมาก่อนหน้านี้ จนหมอให้กลับบ้านได้
 
 
 
 
ขอขอบคุณทุกกำลังใจทั้งโดยตรงและโดยอ้อมที่มีให้กับพี่สาว มา ณ ที่นี้ด้วยจ้า
 
ก็หวังว่า คนที่กลับบ้านมาครั้งนี้ จะสลัดความเป็นคนเก่ากับสิ่งเก่าๆ ทิ้ง เป็น "คนใหม่" ที่มีชีวิตดีกว่าเดิม…
 
 
กันยา ณ เดือนเก้า
22/12/05