ไม่ใช่จะมาวิจารณ์เพลง "ไม่ลืม" ของเบิร์ด (กะฮาร์ท) หรอก
สิ่งที่ไม่ลืมในเพลงกับของเรา มันเป็นแบบรองเท้า Converse โน่นเลยแหละ
 
 
****************************
 
 
รู้สึกเริ่มจะกลายเป็นหน้าที่ทุกปีใหม่จีนไปซะแล้ว ที่ต้องขับรถพาน้องสาวสุดท้องไปอวยพรปีใหม่แม่บุญธรรม (น้าสาวคนที่สอง) ปีนี้เราเร่งให้มันรีบไปแต่วันก่อนที่จะถูกบ่น (ทั้งจากแม่และจากน้า) เหมือนเช่นหลายปีที่ผ่านมา
ก็คงจะเร่งให้ไปเร็วไปหน่อย ไปถึงน้ายังอยู่ในห้องนอนเลย เลยถูกไล่ให้ไปรอที่ห้องรับแขก โอ้ว…โชคดีปีนี้ของน้องที่ไม่ถูกบ่น แต่เรากลับถูกโวยแทน เป็นงั้นไป
น้าขุดเอาเรื่องแต่สมัยไดโนเสาร์ยังครองโลกมาโวยใส่เรา (ฤกษ์ดีแต่ปีใหม่เลยเฟ้ยตรู ) เรางี้เป็นเง็งยิ่งกว่าถูกแจ็คพอตแต่ต้นปี โอ้โห ทำไมน้าฉานจำฝังใจไม่ลืมได้ขนาดนี้หนอ
เรื่องดึกดำบรรพ์ในครั้งกระโน้นมีอยู่ว่า แกโทรศัพท์เข้าบ้านเพื่อให้คนออกมารับของหน้าปากซอย ซึ่งแกประเมินว่าคนเดียวอาจจะเอาไม่อยู่ เลยต้องใช้สองคน เรา (ซึ่งก็จำไม่ได้แล้วว่า พูดอย่างงี้หรือเปล่า) บอกว่า "ต้องใช้สองคนเลยเหรอ" ถ้าเป็นคนอ่าน ได้ยินอย่างนี้แล้วจะรู้สึกอย่างไร?
ความรู้สึกของน้าเราคือ "โกรธและเสียใจ" แกบอกว่าพูดงี้ได้ไง คนเค้าอุตส่าห์มีใจเอาของมาให้ แต่เหตุผลของเราคือ ที่บ้านตอนนั้น น้องๆ ไม่อยู่กัน ครั้นจะเรียกคนงานก็ลำบากวุ่นวาย ถ้าเราออกไปเอาคนเดียวได้คงไม่มีปัญหาอะไร เลยทำให้อุทานออกมาอย่างนั้น (มั๊ง…จำไม่ได้)
เราให้เหตุผลน้าเราไปตามนั้น แต่แกก็ยังบ่นอยู่อีกพักใหญ่ เราไม่โต้ตอบ กลับแอบขอบคุณน้าในใจที่เป็นบทเรียนสอนเราว่า อย่าเก็บสิ่งที่ไม่ดีไว้ให้เป็นขยะในใจ ต้องรู้จักการปล่อยวาง เก็บไว้คิดมากก็มีแต่ปวดหัวและเครียด เรื่องในอดีตคือ เรื่องที่ผ่านไปแล้ว กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้
 
 
น้าเราเนี่ย ยกนิ้วให้เลย จำแม่นเจงๆ ขนาดหลานยังลืมไปตั้งนานแล้วเลย…สงสัยเราจะได้เป็นโรคอัลไซเมอร์ก่อนน้าเราแหง
 
 
กันยา ณ เดือนเก้า
31/01/06
 
"คนเรามักจะทำความดีก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์เฉพาะหน้าเกิดขึ้น…
แต่ความจริงแล้ว โอกาสที่จะทำความดีมีอยู่ตลอดเวลา
แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้ตัว แต่ถ้าก้าวออกจากจุดที่ยืนอยู่ก็จะพบมากมาย"
 
จากหนังสือ "เมื่อดอกไม้บานสะพรั่งทั้งแผ่นดิน" โดย พระไพศาล วิสาโล