อย่าเข้าใจผิด…ไปให้หมอฟัน รักษารากฟัน ดอกสิบอกไห่
 
*****************************
 
ปล่อยฟันกรามน้อยซี่ที่สองซี่นี้ให้เรื้อรังแบบปวดๆ หายๆ มานาน หลายหมอฟันบอกว่า คงอุดไม่ได้แล้ว ต้องลงลึกรักษาถึงรากฟันโน่นล่ะจ้ะ แล้วก็ต่อด้วยใส่เดือยฟัน (แค่ฟังก็เสียวฟันแล้ว) ปิดท้ายด้วยครอบฟัน โอ้โห ขบวนการเยียวยา ทำไมมันยาวเหยียดเช่นนี้
เมื่อวานได้ฤกษ์ไปจัดการซะที หลังจากที่วัสดุอุดฟันที่อุดไว้แตกมาหลายเพลา หลายคนกลัวการทำฟัน สำหรับเราแล้ว ไม่กลัว (แต่ไม่ค่อยชอบเจอหน้าหมอฟันบ่อยๆ) แต่การมารักษาคราวนี้ ก็มีเตรียมตัวเตรียมใจไว้บ้าง เพราะไม่ใช่แค่อุดฟัน หรือขูดหินปูน
หลังจากถูกจับ X-Ray ฟันแล้ว หมอแจกแจงให้ฟังว่า จะต้องทำอะไรกับฟันบ้าง และแต่ละขั้นตอนการรักษามีค่าใช้จ่ายโดยประมาณเท่าไร (เราประเมินดูคร่าวๆ แล้ว ไม่ต่ำกว่าหมื่นห้า) จากนั้น หมอฉีดยาชาให้ กว่ายาจะออกฤทธิ์ ก็ต้องรออยู่ราว 15 นาที ระหว่างนี้ก็นอนหลับตาประคองใจไปพลางๆ ด้วยการจับลมหายใจเข้า-ออก พุท-โธ
 
ยาชาออกฤทธิ์แล้ว หมอเริ่มลงมือรักษา ก็ไม่รู้หรอกนะว่า เค้ามีขั้นตอนอะไรอย่างไรบ้าง รู้แต่ว่าอาการตรงข้ามกับ "ปากเปียกปากแฉะ" เนี่ย มันเป็นยังไง 555 ขนาดถูกฉีดยาชาแบบเต็มเหนี่ยว ยังรู้สึกเสียวเลยคร่าาาา
หลังจากเจาะๆ ไชๆ ขูดๆ อุดๆ ผ่านไป 1 ชม. หมอเรียกให้บ้วนปาก แล้วก็สั่งยาระงับปวดชนิดแรงกว่าไทลีนอลที่บ้านมี ให้ทานหลังอาหารทันที เมื่อปวด แล้วก็นัดให้มารักษารากฟันต่ออาทิตย์หน้า
กว่ายาชาจะหมดฤทธิ์ กว่าลิ้นจะรู้รส ก็เมื่อค่ำโน่น เตรียมใจรับอาการปวดตั้งแต่ตอนหมอสั่งยา แต่ยาแก้ปวดอย่างแรงไม่ถูกรับทานเลยสักเม็ดเดียว
ทำฟันงวดนี้ ฟัน (fun) ไม่ออก เพราะนอกจากต้องให้หมอฟัน รักษาฟันในระยะยาวแล้ว ยังต้องยอมเสียว (ฟัน) ให้หมอฟัน ฟันค่ารักษาอีกบานเบอะ เฮ้อ…คงจะจนไปอีกระยะยาวเหมือนกัน
กันยา ณ เดือนเก้า
01/03/06