กำลังเบื่อชีวิตและสิ่งรอบข้าง เลยมานั่งพิจารณาชีวิต
 
*******************************
 
ชีวิตเป็น o
 
พินิจพิเคราะห์ไปมา เห็นชีวิตมีแต่ o และ o o แรกคือ วงกลม หรือ การวนเวียน ถ้ามองตามพระผู้มีพระภาคเจ้า วนเวียนวนใหญ่ที่สุดของชีวิตมนุษย์ (ผู้ยังไม่สิ้นอาสวะ) ก็คือ การเวียนว่ายตายเกิด (วัฎสงสาร หรือ สังสารวัฎ) นั่นเอง และจากการมองของเรา เห็นว่า ในวนเวียนใหญ่นั้น ชีวิตยังมีอีกหลายวนเวียนย่อย มากน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยและสภาพแวดล้อมในแต่ละช่วงชีวิต อย่างในวัยเยาว์ ชีวิตเราก็จะวนเวียนอยู่กับพ่อแม่ เพื่อน การเรียน พอเจริญวัยเจริญพันธุ์ มีครอบครัว ก็ไม่พ้นวนเวียนกับลูก การทำงานหาเลี้ยงครอบครัว เป็นอาทิ
 
ส่วนอีก o ที่ว่าก็คือ ห่วง ห่วงในแต่ละวงกลมของชีวิต ก็ลองคิดเอาว่ามีห่วงอะไรบ้าง อย่าบอกนะว่าไม่มีเลย แม้แต่ตอนเด็ก เราก็มีห่วง ห่วงเล่นไง
 
เฮ้อ ก็ไม่รู้ว่า เราจะต้องอยู่ในวงกลมที่มีแต่ห่วงอีกนานแค่ไหน ช่วงชีวิตที่เหลือนี้ ก็พยายามเอาธรรมะของพระพุทธองค์มาทะลวงวงกลมหลายชั้น เพื่อหาทางหลุดพ้น แต่ปฏิบัติการนี้คงอีกยาวไกลเหลือเกินกว่าจะได้พบ "ทางสายเอก"
 
 
จิตไม่ 0
จากการได้อ่านหนังสือธรรมะ และได้ฟังธรรมะตามโอกาสที่ผ่านมาให้ไขว่คว้า ส่วนใหญ่ได้ความว่า จิตคนเรานี้ไม่สูญ มีแต่เพียงกายอันเป็นที่อาศัยของจิต ซึ่งประกอบด้วยธาตุทั้ง 4 เท่านั้นที่สูญสลาย (แต่ไม่กลายเป็นศูนย์ คือ ไม่มี) จิตดวงนี้ของเราก็คือ จิตดวงเดิมจากชาติก่อน และจะยังเป็นจิตเดิมในชาติต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงวาระที่เรียกว่า "จิตหลุดพ้น" คือ พ้นจากกิเลสทั้งปวง
 
ทีนี้จิตจะมีสภาพยังไง ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำหรือกรรม ในแต่ละภพแต่ละชาติที่สั่งสมกันมา ก็ไม่ว่ารู้หลายๆ ชาติก่อนทำกรรมอะไรไว้บ้าง ชาตินี้ถึงเกิดมาเป็นอย่างนี้ มีสภาพจิตใจเป็นเช่นนี้ ก็ช่างเถอะ ไม่รู้แหละดีแล้ว รู้แล้วเดี๋ยวมีแต่ทุกข์ อยู่กับปัจจุบันอย่างมีสติ และรู้แค่ว่า ทาน ศีล ภาวนา ทำไปเถอะ ตายไปไม่ลงอบายแน่นอน ก็พอแล้ว…ดีกว่า
 
 
"…บางคนนั่งชมทะเลอย่างเหม่อลอยก็เป็นสุขแล้ว ไม่ต้องการคิดอะไรเกี่ยวกับความเป็นมนุษย์อีก
หลายคนได้เสพกามไปวัน ๆ ก็หนำใจพอ ศักยภาพมนุษย์อย่างอื่นมีอย่างไรบ้างไม่สน
หลายคนได้รับผิดชอบตนเองและครอบครัวให้อยู่รอดก็เหนื่อยแล้ว อย่าเข็นให้คิดใช้ความเป็นมนุษย์ในทางอื่นใดเพิ่มเติมเสียให้ยาก
หลายคนตั้งเป้าหมายและมุ่งมั่นบากบั่นไปจนถึงปลายทางสักครั้งเดียวก็เต็มอิ่มกับความเป็นมนุษย์แล้ว
หลายคนรักการใฝ่ฝันหลากหลาย และเต็มใจบินไปคว้าดาวจากหลายขอบฟ้า เพื่อรู้จักความเป็นมนุษย์อย่างพิสดารสูงสุด
แต่มีคนน้อยเท่าน้อย ที่ตั้งคำถามกับตนเองอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่า อะไรคือประโยชน์สูงสุดที่สมควรได้จากความเป็นมนุษย์"
วาทะดังตฤณ : เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน (บทที่ ๒)
กันยา ณ เดือนเก้า
03/03/06
Advertisements