สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหมือนได้ Go Inter จริงๆ เลยฉาน โอ้ลัลล้า
 
*********************************
 
 เริ่มที่อาหารตาในเย็นวันเสาร์
 
น้องสาวในลำไส้ใหญ่ อนุเคราะห์บัตรฟรีชม The Magical World of Disney On Ice มาให้สามใบ ตัวเธอเองไม่ไป เพราะมีกิจการงานบ้านที่ต้องทำ และกรรมที่ต้องใช้ เราก็เลยเอาแม่ น้องสาว (คนรอง)  และหลานอุ๊นไปใช้บัตรให้คุ้ม
 
นับเป็นครั้งแรกที่เป็นบุญตาได้มาดู โอ้โห ไอ้ห้อง Impact Arena เมืองทองธานีนี่ มันช่างมโหฬารดีแท้ ที่นั่งที่ได้มานับว่าเหมาะสมยิ่ง อยู่ชั้นกลางพอดี หากได้ใกล้ไป ก็จะมองไม่เห็นการแสดงโดยรวมทั้งหมด ถ้าไกลไป ก็จะไม่เห็นรายละเอียดของการแสดง
 
ตัวเอกในการดำเนินเรื่อง คือ เหล่าตัวอมตะนิรันดร์กาลการ์ตูนของดิสนีย์ นั่นคือ มิกกี้เม้าส์ มินนี่เม้าส์ กูฟฟี่ และ โดนัลดั๊ก ช่วงแรกของการแสดง จะค่อนไปทางการ์ตูนเก่าๆ เจ้าชาย เจ้าหญิง มีแทรกใหม่ๆ บ้างก็เรื่อง Nemo ช่วงนี้อุ่นอุ๊นจะชอบมาก เพราะคุ้นเคยกับตัวละครดีจากการดูแผ่นดีวีดีจนแผ่นจะสึก (แถมคำพูดคำจาและเพลงถอดออกก็มาจากแผ่นทั้งนั้น) พอเจ้าชายเจ้าหญิงแต่ละคู่ของแต่ละเรื่องออกมา ก็จะอายม้วนต้วน ทำเขินแอบหลบมุดพุงเหี่ยวๆ ของเรา
 
แต่พอเข้าช่วงครึ่งหลัง เริ่มร้องเรียกจะกลับบ้านซะแล้ว เพราะไม่คุ้นกับตัวละครอย่าง Lion King และการ์ตูนอนิเมชั่นสมัยใหม่อย่าง Toy Story 2 และ The Incredibles
 
สำหรับเราแล้ว เนื้อหาเรื่องราวของการแสดงไม่โดดเด่นเท่าการแสดง ซึ่งต้องยกนิ้วให้กับนักแสดง เพราะแค่ใส่ชุดลุ่มล่ามวิ่งเต้นไปมา ก็หนักหนาสาหัสอยู่แล้ว ไหนยังต้องมาสวมรองเท้าสเก็ต โชว์ลีลาโฉบเฉี่ยว หมุนไป เต้นไป โดดมาบนลานน้ำแข็งอีก ก็นับเป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่ได้มาเบิ่ง
 
 
 อาหารใจในเช้าวันอาทิตย์
งานนี้เป็นภาคสองต่อจากภาคแรกของการแสดงธรรมที่ สโมสรกรมแพทย์ทหารเรือ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
 
ก็ตั้งใจไปแต่เช้า เพื่อลงทะเบียน และเอาแผ่นซีดีอาร์ไปบริจาค ของที่ระลึกที่ได้กลับมาคือ แผ่นซีดีเอ็มพีสาม 4 แผ่น และหนังสือสองเล่ม
 
วันนี้ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ ฉายเดี่ยวมาพูดเรื่อง "กลยุทธ์สยบโทสะ 2" ต่อจากครั้งที่แล้ว แต่ฟังๆ ไปแล้ว ดูจะเป็นกลยุทธ์การฝึก "รู้ตัวทั่วพร้อม" ซะมากกว่า ก็เข้าท่าดี ดร.ให้ใช้เทคนิคนี้ดูคือ จินตนากรให้ตัวเรามาอยู่ข้างหน้า (หรือบริเวณไหนก็ได้) แล้วให้มองดูกายเรา หรือก้อนอะรูมีไร้ (อะไรไม่รู้) ว่าทำอะไรอยู่ ถ้าเรามองอย่างมีสติ เราจะไม่ปรุงแต่งไอ้สิ่งที่ก้อนอะรูมีไร้มันทำอยู่ ติดใจประโยคนึงที่ ดร.ว่าไว้คือ "เราทุกคบนโลก ไม่มีใครเป็นคนป่วย เพียงแต่ได้รับแบบฝึกหัดที่ต่างกันเท่านั้น"
 
น่าเสียดายที่ไม่ได้อยู่ฟัง หลวงปู่พุทธอิสระ ต่อภาคบ่าย เพราะต้องจับรถไฟฟ้า Go Inter ต่อไปยังประเทศจีน…
 
 
 อาหารหูบ่ายวันเดียวกัน
เมื่อวันเสาร์ได้บัตรฟรีไปดูดิสนีย์แลนด์ จากแดนลุงแซม มาวันอาทิตย์ได้บัตรฟรีจากญาติเอื้ออาทรชมคอนเสิร์ทจากแดนมังกร ณ ฮอลล์หรูกลางใจเมืองอย่าง Paragon Hall ซะด้วย
 
หลังจากลงรถไฟฟ้าที่สถานีสยาม ก็เล่นเอาเง็ง เพราะเพิ่งเคยมา Siam Paragon เป็นครั้งแรกในชีวิต อะไรเป็นยังไง อยู่ตรงไหน ข้อยบ่อฮู้ เลยต้องโทรถามน้องสาว (คนเล็ก) ที่มาถึงก่อนแล้วเป็นระยะๆ ว่าอยู่ตรงไหน ก็เฮ้อ…กว่าจะตะกายไปถึงฮอลล์ เล่นเอาคนแก่เหนื่อย ไอ้ลิฟท์ที่ขึ้นก็ไปแค่ชั้น 4 ต้องเดินอ้อมไปขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 5 ต่ออีก
 
ประตูฮอลล์เปิดแล้วสำหรับคอนเสิร์ท "เติ้ง ลี่ จวิน "A-Live" In Bangkok" งานนี้ดูมันแปล๊กแปลกพิกลตั้งแต่บัตรที่ได้มาแล้วล่ะ ราคาบัตรอย่างต่ำของงานนี้คือ 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน)  แต่หน้าตาบัตรดูไม่ค่อยต่างจากบัตรดูหนังราคา 120 บาทเลยอะ (ขณะที่ของ Disney On Ice ซึ่งมีราคาต่ำสุด 300 บาท เป็นบัตรแข็งแบบบัตร ATM)
 
ฮอลล์ของที่นี่เป็นระนาบเดียว ไม่มีสแตนด์หรือชั้นลดหลั่น คนนั่งหลังเลยดูลำบากหน่อย บัตรที่เราได้อยู่ปีกขวาที่นั่งขวาสุด แต่ไม่ไกลจากเวทีมากนัก หลังจากประตูปิด คอนเสิร์ทเริ่ม แถวที่นั่งหน้าเราค่อนไปตรงกลางยังว่างอยู่ พวกเราเลยอพยพไปครอบครอง (เสร็จฉันล่ะ)
 
พิธีกรดำเนินรายการเป็นคนจีนหนึ่งคน และนักร้องไทยที่พูด+ร้องจีนได้ นั่นคือ หวาหว่า (ไชน่าดอลล์) สลัดคราบสาวมั่นมาในชุดราตรีสุดหรู ดูแปลกตาไปอีกแบบ
 
จะว่าไปแล้วเราก็แฟนเพลงเติ้ง ลี่ จวิน คนนึงนะ แต่เป็นแฟนประเภท "แฟนฟัง(เพลิน)" ไม่ใช่ "แฟน(ประ)จำ" เหอะๆ พอเพลงมา ไม่รู้หรอกชื่อเพลงไร แต่รู้ว่าเป็นเพลงของเธอ
 
นักร้องที่มาร้องเพลงของเติ้ง ลี่ จวินมีทั้งหมดสามคน หนึ่งในนั้นคือ ตงเหยา สาวจีนแผ่นดินใหญ่ที่ชนะเลิศอันดับหนึ่งจากการประกวดในรายการ Teresa Teng Look-and-Sound-alike Contest ที่จัดขึ้นทั่วสาธารณะรัฐประชาชนจีน ดูหน้าฟังเสียงแล้วก็โอเค พอสมควรได้ตำแหน่งนั้นอยู่
 
ส่วนเสริมของการร้องเพลงก็มี ศิลปินสาวถนัดสีซอสองคน รีวิวตามสไตล์จีน คงพอจะนึกออกกันนะ แล้วก็มีกายกรรมเปียงยางเสริมอีกนิดหน่อย (เกือบทำให้นึกว่ามาผิดงาน) ออ แต่ที่คาดไม่ถึงเห็นจะเป็นการมาปรากฎตัวร่ำเพลงเดียว (รักฉันนั้นเพื่อเธอ) ของ พี่ต๋อย วิชัย ปุญญยันต์ แห่งวงพิงค์แพนเตอร์
 
เพลงที่นำมาร้อง ค่อนข้างครอบคลุม แต่ไม่จุใจ บางเพลงที่คิดว่าน่าจะมี อย่าง เหมยฮัว (น้องบอกว่าเป็นเพลงชาติไต้หวัน เค้าไม่เอามาร้องหรอก) หรือ ใจ่ฉุ่ยอี่ฟาง ก็ไม่ได้นำมาร้อง หรือบางเพลงที่น่าจะร้อง ก็นำมาสีซอซะนี่ แต่เอาเถอะ จะเอาอะไรนักหนา บัตรฟรีได้เท่านี้ก็บุญหูโขแล้ว โฮ่ะๆ
 
น่าเสียดายที่อุตส่าห์แอบเอากล้องดิจิตอลเข้ามาด้วย แต่ถ่ายออกมาแล้วคนบนเวทีตัวเท่ามด และไม่ชัดเอาซะเลย เพราะผู้แสดงแบบไม่ได้อยู่นิ่งๆ และแถมไกลเกินวิถีซูมให้ชัดได้ เลยถ่ายเอาจากจอยักษ์ข้างเวทีมันซะเลย ซึ่งก็ใช่ถ่ายง่ายๆ เพราะมีเครนกล้องคอยส่ายไปส่ายมาขวางลำกล้องเป็นระยะๆ หลังๆ เลยเลิกเล็ง นั่งฟังเพลงอย่างเดียวให้สบายอุราดีก่า…
สองวันที่ผ่านมานี้เลยอิ่มสุดๆ ทั้งตาดู หูฟัง ใจซึมซับ อิ่มอกอิ่มเอมใจไปนาน…ต้องขอขอบคุณผู้มีอุปการะคุณทั้งหลายอย่างสูงที่หยิบยื่นความอิ่มให้อย่างเต็มใจ
 
กันยา ณ เดือนเก้า
28/03/06