เริ่มกลายเป็นความชอบกับการไม่ออกไปไหน (นอกจากวัด) ในช่วงวันหยุดยาว 
สงกรานต์ปีนี้ก็อยู่บ้าน แต่สงกรานต์ปีนี้ต่างจากปีไหนๆ เพราะมีปรากฎการณ์ใหม่เกิดขึ้น….
 
 
********************************
 
 
ปรากฎการณ์ที่ว่า คือ การเรียนเชิญพ่อแม่มานั่งเป็นปูชนียบูชาให้กับลูกๆ หลานๆ ได้รดน้ำดำหัวกัน ต้นคิดริเริ่มคือ พี่สาวคนโต สงสัยจะซาบซึ้งกับพิธี (ที่ดูเหมือนจะกลายเป็นธรรมเนียมของบ้านไปซะแล้ว) ในวันพ่อและแม่ เธอจัดแจงไปปากคลองซื้อมะลิ มาลัย ดอกไม้มาจัด พร้อมน้ำอบ ขัน พานเสร็จสรรพ
แหม เราเห็นเข้าก็ปิ๊งไอเดียบ้างดิ ไปซื้อดอกกุหลาบ พวงมาลัยมาเพิ่ม และอัญเชิญพระพุทธรูปที่ห้องมาตั้งพาน ให้พี่สาวจัดอย่างสวยงาม เพื่อคนในและคนระแวกบ้านมีโอกาสได้สรงน้ำพระ ขอความเป็นสิริมงคล ประสบแต่ความร่มเย็น ความร่มรื่นให้เกิดขึ้น
พิธีรดน้ำเริ่มขึ้นในหัวค่ำวันที่ 12 ลูกหลานที่ตามตัวได้ ถูกเกณฑ์มาหมด พ่อกับแม่ดูเป็นปลื้มกับพิธีแบบไทยๆ นี้ เรา (และอาจจะรวมถึงคนอื่นๆ) ก็รู้สึกดีที่นานๆ ในรอบปีจะได้รับพรกับพ่อและแม่สักที ส่วนใหญ่มีแต่ตลอดศก…
 
 
 
หัวค่ำอาทิตย์ที่ 16 ไม่รู้อารมณ์ไหน พี่ชายชวนไปวัดที่นครนายกตอนตีสามครึ่ง! จริงๆ ก็อยากไปอยู่ แต่วันจันทร์ต้องทำงาน เลยไม่ได้รับปากว่าจะไป พักใหญ่ๆ พี่สะใภ้โทรมาย้ำชวนอีก บอกอยากให้ไปให้ได้ ชักเอะใจมีอะไร ทำไมต้องไปให้ได้ คืนนั้นเลยโทรไปลางานเจ้านายครึ่งวัน
ข้อมูลของการไปวัดครั้งนี้มีแค่ ไปพบหลวงพ่อที่เคยนิมนต์จากนครนายกมาทำบุญบ้าน เนื่องจากไม่ใช่เป็นคนช่างซักช่างถาม เลยไม่ได้ขอข้อมูลเพิ่มเติมใดๆ จากพี่ชาย ไปทั้งไม่รู้อะไรทั้งหมด มันก็ตื่นเต้นชวนติดตามดี
ตีสามจะสี่สิบ หลานสาวโทรมาตามตัวให้ออกเดินทางได้ หนังสือ "ทางสายเอก" ที่ตั้งใจจะเอาไปถวาย เกือบถูกลืมไว้ที่บ้าน ดีที่นึกขึ้นได้
 
งานบุญครั้งนี้ มีคนรู้จักของพี่ชายขายบะหมี่อยู่แถวนางเลิ้งไปด้วย ก็ขนอาหารซึ่งมีทั้งบะหมี่ แกง ข้าวเหนียวมะม่วง ไปแจกเป็นทานเพียบ
กว่าจะหาทางเข้าวัดซึ่งอยู่ในเขตร.ร. จปร. เจอ ก็ราวหกโมงกว่า และกว่าเราจะรู้ว่าวัดอะไร ก็เมื่อเข้าไปในวัดแล้วนั่นแหละ
วัดที่ไปมีชื่อว่า วัดสุตธรรมาราม โดยมี พระครูธรรมสุตากรณ์ (หลวงพ่อบุญมี คุณสาโร) เป็นเจ้าอาวาส วันนี้ (17 เม.ษ) เป็นวันครบรอบวันเกิดหลวงพ่อ ที่วัดจึงจัดงานถวายสังฆทานใหญ่ และมีการออกร้านด้วย
ที่แท้พี่ชายก็ตั้งใจมาถวายสังฆทานให้ก้บพ่อกับแม่ยาย นี่เอง ได้ยินประกาศว่า หลวงพ่อมีชื่อทางด้านสะเดาะเคราะห์ต่อชะตาซะด้วย เอ…หรือชะรอยเราจะมีเคราะห์ พี่ชายเลยต้องลากตัวเรามาให้ได้
หลวงพ่อว่า ขอแบ่งบุญกุศลที่เกิดจากการถวายสังฆทานนี้เป็น 4 ส่วน ส่วนแรกเพื่อพ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย แลญาติมิตรทั้งหลาย ส่วนที่สอง ให้กับญาติผู้ล่วงลับ แลเหล่าสัมภเวสี โอปปะติกะ ฯลฯ ส่วนที่สามเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชา รวมทั้งเทพไท้เทวา แลเหล่าพรหม อรูปพหรมทั้งหลาย ส่วนสุดท้ายเพื่อเป็นบารมีให้กับตัวเอง แหม ชอบจัง
ก่อนกลับกรุงเทพฯ เราได้สำรวจบริเวณวัด เพื่อเก็บภาพ แม่โทรมาบอกว่า ถ้าผ่านปราจีนฯ ให้แวะซื้อไม้กวาดมาด้วย ก็พอดีมีร้านที่มาออกงานอยู่ร้านหนึ่งขายไม้กวาด พี่ชายเลยเหมามาสองมัดโดยไม่ต้องถ่อไปถึงปราจีนฯ (ซึ่งไม่ได้เป็นทางผ่าน) ส่วนเราก็ซื้อมะนาวไซส์ขนาดที่ตลาดท่าดินแดง ขายลูกละ 6 บาท (วันนี้ขึ้นเป็น 3 ลูก 20 แล้ว) แต่ที่นี่ 4 ลูก 10 บาท ทั้งพี่สาวและแม่เห็นแล้วก็เสียดายว่า ซื้อมาน้อยไป (ซื้อมาแค่ 40 บาทเอง) ก็เอาน่า ดีกว่าซื้อมะนาวแพงแต่ไม่มีน้ำ
 
ก็ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใดที่ทำให้พี่ชายต้องพามางานนี้ให้ได้  เราถือว่าโชคดีและเป็นบุญที่ได้มาสร้างทานบารมีที่วัด เพราะรู้สึกช่วงนี้จะเว้นวรรคการไปวัดนานไปหน่อยซะแล้ว
 
 
กันยา ณ เดือนเก้า
18/04/06