เจ้าหน้าที่ใจดีสองท่านของกลุ่มธรรมะรักษา โทรมาแจ้งข่าวคนละทีเรื่อง
การมาบรรยายธรรมของหลวงปู่พุทธอิสะ ที่โรงพยาบาลทหารเรือ ในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
เราก็ดีใจจะได้ฟังธรรมอีกแล้วอ่ะเซะ
 
**************************************
 
แม้สภาพกายจะไม่ค่อยอำนวยสักเท่าไร ด้วยอาการหวัดงอมแงมที่เป็นมาได้อาทิตย์แล้ว ยิ่งพอวันอาทิตย์ตื่นขึ้นมา โหย ปวดหัวตุ๊บๆ จะแตกเอาให้ได้ จนต้องจำใจกล้ำกลืนไทลีนอลไป 2 เม็ด เออ..เว้ย หรือมันจะเป็นมารผจญไม่ให้เราได้รับศีลรับธรรม แต่จะสนทำไมกับเพียงก้อนเนื้อที่หุ้มแกนกระดูกเดินได้นี้ ในเมื่อสภาพใจพร้อม 100%…มดเอ็กซ์ลุย!
ครั้งนี้ขับรถไปด้วย เพราะมีสังฆทานมาถวายหลวงปู่ ก็ไปมันโด่เด่เปล่าเปลี่ยวเอกาอีกเช่นเคย แต่พอไปถึงที่แล้วไม่โดดเดี่ยว ญาติธรรมเต็มไปหมด รู้สึกวันนี้จะมากันเยอะด้วย เจ้าหน้าที่บอกงานเริ่มเที่ยง เรามาถึงยังไม่เที่ยงดี หลังจากเอาสังฆทานวางไว้ยังที่ที่เค้าจัดให้แล้ว ก็รอเวลาหลวงปู่มาด้วยการซื้อหนังสือ "ชีวิตหลังความตาย" กับ "นสพ.ธรรมลีลา" มานั่งอ่าน จนได้เวลาหลวงปู่มา เรารีบไปนั่งคุกเข่ารอถวายพวงมาลัยกับปัจจัยกับหลวงปู่โดยตรง ปิติฮ่า ปิติ
ราวบ่ายโมง หลวงปู่เริ่มแสดงธรรม ก่อนการปุจฉา-วิสัชนาในช่วงแรก ท่านเมตตาแนะนำ อาหารที่ควรทานในช่วงหน้าร้อน คือ อาหารจำพวกที่มีรสจืด ขม และเย็น (เช่น ไหลบัว) ห้ามทานของหวาน ผักที่ควรรับประทาน ก็มี ใบย่อ มะระขี้นก ผักกาด ตำลึง (ตำลึงใส่เลือดหมู ต้มกับหมูสับที่ผสมกับกระเทียมสัก 4 กลีบ จะช่วยแก้ท้องผูก อีกทั้งยังแก้ร้อนในด้วย)
สิ่งที่ได้คร่าวๆ จากการปุจฉา-วิสัชนา :
 
  • ฝึกหายใจเข้าแบบช้าง (กว้าง-ลึก) และหายใจออกแบบงู (แคบ-ยาว) จะช่วยให้ระบบอะไรหลายๆ อย่างในร่างกายดีขึ้น
  • วิธีถอนสมาธิ > สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกลั้นหายใจไว้ นับ 1-10 จากนั้นผ่อนลมออกยาวๆ
  • การปฏิบัติธรรมต้องสัปปายะ ทั้ง สถานที่ อากาศ บุคคล อาหาร ฯลฯ
  • การทำสมาธิและปฏิบัติธรรมจะทำที่ไหนก็ได้ ถ้ามีอินทรีย์ 5 แก่กล้า (สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา) และสำคัญที่ตัวบุคคลนั้นๆ ด้วย
  • หน้าที่จิต 4 อย่าง > รับ จำ คิด รู้ (ห้ามไม่ได้แต่ข่มได้)
  • วิธีทำให้จิตคิดเป็นกุศล > เจริญสมาธิมากๆ ฝึกจิตให้สงบเป็นประจำ มีอุเบกขาและเอกัตตา
  • การฝึกจิตมี 2 อย่าง > ฝึกเพื่อข่ม กับ ฝึกเพื่อรู้ชัด (ฝึกวัปัสสนา)
 
หลังช่วงพัก ก่อนฝึกการ คลำกระดูก มีการ "ขยับกาย สบายชีวี วิถีพุทธ" กันนิดหน่อย เบาะๆ แค่ 4 ท่า ก็แก้ง่วงและทำให้รู้สึกจมูกโล่งดี
การ คลำกระดูก ถือเป็นการฝึกมหาสติปัฎฐานอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้เกิดสมาธิและปัญญา วิธีการตามแนวของหลวงปู่คือ ให้นั่งหลับตา ตั้งตัวตรง หายใจแบบช้างและงู ใช้นิ้วชี้และโป้งของมือขวาเริ่มคลำที่ปลายนิ้วโป้งซ้ายไปทีละข้อๆ เนื่องจากเวลามีจำกัดหลวงปู่สอนให้คลำถึงแค่ใบหน้า
หลวงปู่ว่า คนที่สามารถคลำแล้วเห็นเป็นกระดูกตาม เป็นคนที่มีวิปัสสนาญาณ และถ้าสามารถถึงขั้นเห็นกระดูกปลิวว่อนหายไปหมด ก็เข้าขั้นสุดยอด ไม่ยึดติดกับอะไรทั้งสิ้นแล้ว
ไม่ได้โม้ เราคลำไปก็เห็นภาพกระดูกไปด้วย แต่เหตุที่ทำให้เห็น คิดว่าคงไม่ใช่เพราะได้วิปัสสนาญาณ น่าจะมาจากความคุ้นเคยกับภาพโครงกระดูกชนิดได้ใกล้ชิดของจริง จากการเรียนกายวิภาคเมื่อสมัย ม.ปลายมากกว่า
 
น่าแปลกมากที่ตลอดเวลานั่งฟังธรรม และทำกิจกรรม แทบจะไม่มีอาการไอเลย อาการปวดหัวแทบแตกก็ทุเลาเบาบางลงอย่างรู้สึกได้ เจ้ากรรมนายเวรคงมาอนุโมทนากับเรา สาธุๆ ขอให้ท่านทั้งหลายจงเป็นสุขๆ อย่าได้มีเวรมีกรรมต่อกันต่อไปอีกเลย
 
กันยา ณ เดือนเก้า
25/04/06
Advertisements