หัวข้อซะยาว ตามวันหยุดย๊าว ยาวที่ผ่านมา
 
 
********************************
 
 
  5 พ.ค. 49
ปลายเดือนนี้ของปีที่แล้ว เปรยๆ ไว้ในบล็อคงานแต่งเอ๋ว่า งานต่อไปจะเป็นของใคร กบหรือหนู? ยังไม่ถึงหนึ่งปีให้หลังดี ก็ปรากฎว่า หนูคือรายต่อมา (ส่วนกบคงต้องรออีกพักไม่รู้จะใหญ่หรือเล็ก)
งานแต่งหนูจัดที่เดียวกับเอ๋ (Prince Palace Hotel) แต่คนละห้อง เอ๋กะแฟนมาไม่ได้ เพราะติดเลี้ยงลูกอ่อน ส่วนฝนก็ไปจับจิ้งโจ้ที่ออสเตรเลีย มีหน้าใหม่คุ้นตาที่คุ้นเคยกันมาเพิ่มสองรายคือ ป๋วย (อดีตเจ้าหน้าที่ห้องสมุด IT ตอนเรียน) และบอย (พิภพ) นอกนั้นก็หน้าเดิม ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ โอ
หลังจากงานแต่งเริ่มไปได้ประมาณครึ่งงาน โอผู้มีสายตาไม่อยู่นิ่ง เพราะมัวเหล่สาวๆ และปลื้มกับเจ้าสาวมาตั้งแต่ต้นงาน เผยความในใจกับเราผู้กำลังวุ่นอยู่กับการป้อนอาหารอุ๊น (หลานคนนี้ไม่เคยพลาดงานแต่งเพื่อนป้า) ว่า "พี่ๆ หาแฟนให้ผมคนดิ"
"จะมีไปทำไม๊ มีเมียมีลูก มีแต่ห่วงทั้งน้าน" เราเตือนด้วยความหวังดี
"ผมอยากมีห่วง" หนุ่มเนี้ยบมาดเท่ห์ (แต่ยังหาแฟนไม่ได้) ตอบแบบไม่ประหวั่นพลั่นพลึง
"มันไม่ใช่แค่ตอนแต่งนะ ห่วงน่ะ มันทั้งชีวิตเธอ" เราขู่
"นั่นแหละ ผมเต็มใจ" โอตอบอย่างมั่นใจพร้อมกลั้วหัวเราะ
เราไม่รับปาก ได้แต่ส่ายหน้าและคิดในใจว่า เดี๋ยวแต่งงานมีลูกเมื่อไหร่ก็รู้เอง หุๆ ขนาดคนไม่ขวนขวายหาห่วงอย่างเรา ยังถูกโยนห่วงมาให้เฉยเลย ตั้งสองอัน…หนักๆ
 
 
 
 
 6 พ.ค. 49
 
ช่วงนี้อุ๊นกำลังเป็นโรครักป้าอย่างบ้าคลั่ง เราไปไหน จะต้องเกาะติดแจ ช่วงสายๆ น้องสาวคนเล็ก ซึ่งต้องไปทำฟันที่ Royal Garden Plaza ดันหลุดปากกับอุ๊นไปว่า จะพาไปกินแม็คโดนัล ประกอบกับซันๆ ต้องไปทำฟันที่เดอะมอลล์ แม่หลานเลยขับพาไปส่งให้ที่ Royal ก่อน โดยมีเราไปด้วยเพื่อทำหน้าควบคุมการกินเฟรนซ์ฟรายของอุ๊น
เพื่อให้รถมาสด้าน้องเขยออกจากซอยได้ น้องสาวจึงขับขยับรถไปชิดซ้าย เพื่อดันรถเบนซ์ของน้าไปข้างหน้า เรามีหน้าที่ดันรถเบนซ์อยู่ข้างหลัง โดยไม่ได้มองว่า น้องสาวคนเล็กเปิดประตูหลังข้างคนขับไว้ เพื่อยัดและเยียดอุ๊นที่กำลังร้องแลกแหกกระเชอหาเราให้เข้ารถ ไอ้เราก็มัวก้มเข็นรถโดยไม่ได้มองว่าประตูหลังรถมาสด้าเปิดอยู่
ฮ่ะๆๆ ผลก็คือ ซวยสิตู หน้ารถเบนซ์ด้านข้างชนถูกประตูหลังมาสด้าอย่างจังได้แผลไปชื่นชมเลย
น้าคงเห็นว่าเป็นหลาน และเรียกประกันมาเคลียร์ได้ เลยไม่ได้โกรธเคืองอะไรเรามากมาย แค่ลงมาดูผลงาน รับรู้ แล้วก็ไปทำงานของแกต่อไป ยังนับว่าโชคดีที่เป็นรถน้า ถ้าเป็นรถคนอื่น คงเหม็นขี้หน้าเราไปอีกนาน
เฮ้อ…นี่แหละหนา เพราะความรัก(ป้า)เกินเหตุ จนก่อเหตุ ของอุ๊นแท้ๆ เชียว ว่างๆ ก็หัดเป็นโรคเกลียดป้าบ้างก็ได้นะ….
 
 
 
 
 
 7 พ.ค. 49
 
ได้แต่ฝันว่าอยากไป หลังจากเข้า เว็บสวนโพธิญาณอรัญวาสี  ของ พระอาจารย์ปราโมทย์ แล้วเห็นกำหนดการพิธีเปิด "สวนสันติธรรม" สำนักแห่งใหม่ของพระอาจารย์ที่ศรีราชา ชลบุรี ในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค. ที่ได้แต่ฝันเพราะไม่มีปัญญาไปเอง แต่ในเมื่อพอจะมีบุญหนุนนำอยู่บ้างอ่ะน่ะ ไง๊ก็ได้ไปอยู่ดี หุๆ
ผู้ที่ทำให้ฝันเราเป็นจริง ก็คือ แท๊น แทน แท้น น้องนุ่น  หน้าเข้ม นั่นเอง ได้คุยกันทางเอ็ม ทีแรกนุ่นชวนไปวัดถ้ำหมีนอน ที่ระยอง เพราะอาจจะไปส่งพระอาจารย์ แต่ไปๆ มาๆ ไม่ต้องไปส่ง เราก็เลยบอกว่า ถ้าไประยองวันเสาร์แล้ว ตีกลับมาชลบุรีตอนเช้า เพื่อมาร่วมพิธีเปิดสวนฯ จะเหนื่อยเกิน เลยเปลี่ยนแผนไปชลบุรีโดยตรงอย่างเดียวดีกว่า ก็นัดกับนุ่นเสร็จสรรพ ให้มารับที่สถานีรถไฟฟ้าอโศกตอน 7 โมงเช้า
ดีใจจะได้ไปสวนฯ ตื่นแต่ยังไม่ตี 5.30 ราว 6 โมง 15 น้องขับรถไปส่งให้ที่สถานีสุรศักดิ์ เนื่องจากไม่ค่อยได้ออกจากบ้านไปไหน ยิ่งขึ้นรถไฟฟ้าด้วยก็ใช่จะใช้บริการบ่อย มันก็มีเฟอะฟะ เซ่อซ่า เป็นธรรมดา พอถึงสถานีสยามที่ต้องเปลี่ยนเส้นทาง ก็เง็งๆ เดินก๊งๆ ไปมาอยู่พักนึง เอ…จะขึ้นขบวนไหนดีเว้ย พอดีเห็นรถไฟฟ้าฝั่งตรงข้ามเปิดประตูคอยผู้โดยสารอยู่นาน เลยตัดสินใจวิ่งเข้าเอานาทีสุดท้าย เกือบถูกประตูหนีบ ดีที่ตัวบาง เลยปลิวเข้ารถไฟฟ้าทัน
ผ่านราชเทวี ไปสนามเป้า เรื่อยไปจนถึงอารีย์ (มันยังไม่รู้ตัว) มาตกใจเอาตอนแหงนหน้ามองป้ายเส้นทางรถไฟฟ้าตรงประตูทางออก เฮ้ย! เส้นนี้มันไปหมอชิตนี่หว่า เวงกำ
นุ่นโทรมาตามตอนเราย้อนกลับมาถึงสถานีอนุสาวรีย์ฯ ด้วยความเป็นห่วงกลัวจะหลงผิดอีก เลยติวให้ซะอย่างดี (รวมทั้งตอนขากลับบ้านด้วย) เลทจาก 7 โมงเช้าไปนิดหน่อย นุ่นผู้มาพร้อมกับสุ (เออ พอดีไม่ได้สัมภาษณ์ว่ารู้จักกันได้ไง) ไม่ว่ากัน
กำหนดการเปิดสวนฯ คือ 9.45 เราไปถึงกันราว 8.30 น. ณ เวลานั้น ที่จอดรถในสวนฯ เต็มหมด ต้องจอดข้างถนนทางเข้าก่อนถึงสวนฯ ตั้งกิโล นอกจากที่จอดรถจะเต็มแล้ว ที่นั่งในศาลา (ซึ่งเย็นมาก แม้ไม่ได้ติดแอร์) ก็เต็มด้วย ในเมื่อเข้าไปนั่งไม่ได้ (ต้องมานั่งเก้าอี้ข้างศาลา แล้วอาศัยโทรทัศน์วงจรปิดดูความเคลื่อนไหวในศาลาแทน) ก็เลยเดินสำรวจกิจกรรมภายนอก (ดูบรรยากาศได้จากอัลบัมรูป) ก่อนงานจะเริ่ม
ราว 10 โมง สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (มานิต ถาวโร) เจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ประธานฝ่ายสงฆ์มาถึงสวนฯ หลังจากประธานฝ่ายฆราวาสกล่าวถวายรายงาน หลวงปู่มานิตกล่าวสัมโมทนียกถา เปิดสวนสันติธรรม
ขณะพระสงฆ์ฉันเพล มีการแจกสื่อธรรมะ เราสามคนเห็นแถวแล้ว ลงความเห็นกันว่า "รอไปก่อน" ประมาณว่าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แต่สักพักพอแถวเริ่มสั้นลง พวกเราก็ไปต่อคิว ก็ได้มาครบตามที่เจ้าหน้าที่แจก (ออ ยกเว้นหนังสือ หลวงปู่ฝากไว้ ที่พวกเราพร้อมใจกันไม่รับ เพราะมีแล้ว) หนังสือและซีดีเอ็มพีสามที่ได้มา สุดยอดทั้งนั้น โดยเฉพาะ "ทางเอก" ซึ่งเป็นหนังสือที่ Simplified จากหนังสือ "ประทีปส่องธรรม" ทำให้เข้าใจแนวทางการฝึกสติของพระอาจารย์ได้ง่ายขึ้น
หลังฉันภัตตาหารเพล ก็มีการถวายจตุปัจจัยไทยทาน พวกเราถือโอกาสนี้ นำเวชภัณฑ์ที่เราหิ้วมาตั้งแต่สถานีสุรศักดิ์ถวายพระอาจารย์ปราโมทย์ ปีติล้นเหลือ แม้ท่านมีกิจสงฆ์ที่ต้องทำอีกมากมาย ท่านยังมีเมตตาสละเวลารับสังฆทานจากญาติโยม
ช่วงบ่าย พระอาจารย์ตั๋น แห่งวัดป่าบุญญาวาส ชลบุรี เทศน์โปรดญาติโยม ถึงเรื่อง สติและการรู้จักปล่อยวาง ให้เห็นความว่างเปล่า จู่ๆ ฝนก็เทลงมาด้วย ช่วยทำให้คนร้อน ใจร้อน สบายขึ้น เปิดรับธรรมะได้อย่างเย็นใจ จากนั้นพระอาจารย์ปราโมทย์มาย้ำถึงโอวาทของพระอาจารย์ตั๋น และเน้นว่าศาสนาอยู่ที่จิต จงช่วยกันรักษาไว้ ก่อนปิดงานท่านได้กล่าวถึงความเป็นมาของสวนสันติธรรม และอนุโมทนาให้กับผู้มีจิตศรัทธาทั้งหลาย
หลังเสร็จพิธี เราช่วยกันเก็บเก้าอี้ก่อนกลับ แม้อากาศตอนออกจากสวนฯ จะร้อนสุดๆ (ขนาดฝนเพิ่งตกไปนะเนี่ย) แต่หัวใจกลับชุ่มชื่นเย็นฉ่ำด้วยบุญที่ได้มาร่วมในงานนี้
ขากลับ นุ่นแวะร้านแม่กิมบ๊วย เพื่อซื้อของฝาก เราเห็นแล้วก็อดไม่ได้จริงๆ ที่จะไม่ซื้อ 555 ซื้อทีไร กินกันไม่หมด แล้วก็ทิ้งทุกที อีกอย่าง ไม่ได้ขับรถไปเอง ซื้ออะไรมากไม่ได้ (แต่ดันหาเรื่องซื้อสัปปะรดศรีราชาไป 3 ลูก 50 บาท จ่ายน้อย แต่หิ้วหนัก เพราะความอยากของน้องแท้ๆ เจียว)
งานนี้ต้องขอบคุณน้องนุ่น สารถีจอมซิ่งขับรถวิ่งฉิ่วจนลืม(ตา)ไม่ลง ที่ช่วยนำพาไปสะสมอีกหนึ่งบุญ…อนุโมทนาจ้า
 
 
อ่านรายละเอียดและชมภาพบรรยากาศเพิ่มเติมได้ที่ เว็บบอร์ดลานธรรมเสวนา 
 
กันยา ณ เดือนเก้า
09/05/06