19 มิ.ย. ปีที่แล้ว บอร์ดบ้านเพลงเก่า  จัด ทัวร์ต่างจังหวัดไประยอง  เป็นครั้งแรก
เสาร์ที่ผ่านมา เป็นครั้งที่สอง กับทัวร์ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว  จ.ชลบุรี
 
******************************************
 
 
พี่ดา เว็บแอดมินเจ้าเก่าแห่ง บ้านเพลงเก่า  นัดรถตู้ให้มารับสมาชิกที่อยู่ฝั่งธนฯ (อันประกอบด้วย เรา นกเล็ก ใส่ใจ พร้อมหนูน้อยหน่า และ เจ้าขนุน) เวลา 6.30 น. ทุกคนทำเวลาได้ดีมาก ทำให้รถได้ออกก่อนเวลานัดตั้ง 1 นาที (ตามเวลาในมือถือเรา) 555 เพื่อไปยังสถานที่นัดต่อไป คือ ธนาคารกสิกรไทย สาขา พระราม 4
รถตู้มาถึงที่ พี่ดากับป้านุชรอพร้อมอยู่แล้ว จะขาดก็แต่ เอก ดุ๊ก ไกด์อาสาพาทัวร์ (เฉพาะสวนสัตว์เขาเขียว) และ นัท ส่วนจงหยวน ที่บอกกับใส่ใจไว้มั่นเหมาะว่าจะไป ไม่มาเฉยเลย แถมติดต่อก็ไม่ได้
หลังจากเอก เดินหอบหน้าตั้งมาถึงได้ไม่นาน นัทกับเสบียงขนม 1 ถุงใหญ่ และน้ำดื่มอีกสองแพ็ค และดุ๊กกับกีต้าร์ตัวเก่ง ก็ลงจากแท็กซี่ตามมาติดๆ เบ็ดเสร็จนัดนี้นับรวมสมาชิกได้ 10 ชีวิต ผู้ใหญ่ใจดี น่ารัก (โดยเฉพาะคนเขียน) 8 เด็กผลไม้ที่ชอบกินขนมเป็นชีวิตจิตใจอีก 2
 
 
เมื่อทุกคน ทุกอย่างพร้อม การเดินทางสู่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ก็เริ่มต้นขึ้น พร้อมกับเสียงเพลง(เก่า) เคล้าเสียงหัวเราะ…
 
"เที่ยวไปตามตะวัน บุกบั่นไปตามลม…
สบาย สบาย…
เพิ่งจะรู้ว่ารัก มันก็สายแล้วนั่น…"
ฯลฯ ทั้งคีรีบูน ชาตรี อินโนเซ็นท์ สุชาติ รวมดาว นพเก้า หยิบสิบ อ้าวเฮ้ย อันหลังนี่ ไม่มี ไม่มี และศิลปินดังในอดีตอีกเพียบ
สมกับเป็นสมาชิกบ้านเพลงเก่าโดยแท้ แต่ที่เห็นจะเจ๋งสุดๆ และเรียกเสียงฮาได้สุดๆ ก็นี่เลย บรรดาเพลงของสาวประเภทสอง อาทิ เพลงสุดท้าย กลกามแห่งความรัก ฉันก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง และเพลงประเภทแอบรักผัวชาวบ้านเค้าเมามัว ที่นัท ผู้ชนะการประกวด The Most Popular Vote Singer แห่งบอร์ดบ้านเพลงเก่า ร้องได้อย่างเข้าถึงแก่นอารมณ์ (มาก แถมมีลีลาเร้าใจประกอบด้วยนะ) และดุ๊ก ที่เกากีต้าร์อย่างเมามัน (ไปตามอารมณ์คนร้อง) เสียดายไม่ได้ถ่ายวิดีโอคลิปไว้ ไม่งั้น เหอะๆ งานนี้น้องนัทถูกเผาทั้งเป็นแน่
ร้องเพลงบรรเลง บรรทม บันเทิง กันไปตลอดทาง จนถึงจุดพักที่มอเตอร์เวย์ ก็แวะเติมพลัง หาอาหารเช้าใส่ปากลงท้องกัน ตามความชอบส่วนบุคคล
 
 
 
ความงามท่ามกลางความร้อน
 
นั่งกันเพลินๆ ไปอีกไม่ไกล ก็ถึงอ่างศิลา เราแวะกันที่ "วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม" หรือ "ศาลเจ้าหน่าจาชาไท้จื้อ" เป็นที่แรก
อาคารสถาปัตยกรรมแบบจีนของที่นี่สวยสดงดงามมาก ทั้งสีสันและรูปปูนปั้น ทั้งนูนต่ำและนูนสูง พวกเราได้แต่ตะบันถ่ายรูปกันด้านนอก เพราะภายใน "No Photo" เด็ดขาดจ่ะ
ภายในวิหารสามชั้นนั้น มีรูปปั้นเทพเจ้าศักดิ์สิทธ์ต่างๆ เต็มไปหมด มากมายประมาณยกมือไหว้กันจนเมื่อยนั่นเลยแหละ
ช่วงที่เรากำลังจะกลับกัน บังเอิญจะมีขบวนเสด็จ (ไม่รู้ว่าท่านใดเสด็จ) ก็ตั้งใจกันว่าจะอยู่รอรับเสด็จก่อน ระหว่างที่นั่งรอกันแดดร้อน จนใครบางคนหน้าเปลี่ยนสีอย่างเห็นได้ชัดจากขาวเป็นแดงอยู่นั่น คุณหมอผี หรือ พี่มานิต ก็โทรเข้ามือถือพี่ดา ถามไถ่ถึงการเที่ยว ไหนๆ พี่แกก็ได้โทรฟรีอยู่แล้ว เลยโม้กับทุกคนเลย โม้อย่างเดียวไม่พอ แถมโน้มน้าวให้ไปเที่ยวระยองแทนเฉย เกือบพาพวกเราออกนอกเส้นทางซะแล้วไหมล่ะ
ขบวนเสด็จไม่มาซะที อากาศก็ร๊อนร้อนขึ้นทุกที เลยตัดสินใจมุ่งหน้าต่อไปยังจุดหมายต่อไปกันดีกว่า…
 
 
 
เกิดเหตุคดีพรากผู้เยาว์ที่เขาสามมุก
 
นั่งรถต่อกันยังไม่ทันแอร์เป่าให้หายร้อน ก็ถึง "เขาสามมุก" แล้ว บรรยากาศดีจังเลย ความแรงของแดดก็ลดลง มีลมชายทะเลโชยแผ่วๆ มาให้ชื่นใจเป็นพักๆ ด้วย
ไม่รู้ไอเดียใครเริ่มต้น บรรยากาศก็ไม่ชวนให้เป็นใจซักกะติ๊ด หรือเพราะหน้าตาของทั้งสามคนนี้ ทำให้ได้ภาพนี้ก็ไม่รู้…
 
 
เฮฮากับการถ่ายภาพแนวอาชญากรรมกันพอสมควรแล้ว พวกเราก็ไปสักการะ เจ้าแม่เขาสามมุกกับเจ้าแม่กวนอิมกันต่อ ที่ ศาลเจ้าแม่เขาสามมุก เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตต่อไป
 
จำจรจากเขาสามมุก แล้วพวกเราก็บุกเขาเขียวต่อ…
 
 
แก๊งค์เสื้อเหลืองตะลุยเขาเขียว
 
แหม คิดถูกจริงๆ ที่นัดกันใส่เสื้อเหลืองมาเที่ยวเขาเขียวเนี่ย รูปที่ถ่ายออกมาสีสันช่างตัดกันดีแท้
หลังจากซื้อบัตรเข้าชมคนละ 70 บาท (เด็กฟรี) + ค่าบัตรสำหรับจอดรถยนต์อีก 50 บาท แล้ว ได้เวลาหาอาหารใส่ท้องคน ก่อนซื้ออาหารไปใส่ท้องสัตว์ ทีแรกคิดว่าจะไปกินกันแถวเขาสามมุก แต่เพื่อไม่ให้เสียเวลา ไปกินแถวสวนสัตว์เลยดีกว่า
อาหารสำหรับมื้อกลางวันนี้ ไม่พ้นเมนูยอดฮิต ที่มีทุกสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาลำเนาไพร หาดทรายขาวสะดุดตา หรือน้ำตกภูผาอันน่าภิรมย์ นั่นก็คือ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ (ไทย ปู ปลาร้า) น้ำตก คอหมูย่าง อู้ย…แซ่บอีหลีเด้อ
ส่วนอาหารของสัตว์ก็ประกอบด้วย ถั่วฝักยาว แตงกวา หัวมันสำปะหลังหั่นแว่น กล้วยน้ำว้า เหมาเอาจากร้านข้างๆ ร้านส้มตำที่เรากินกัน หมดไป 300 บาทเอ๊ง
ขณะรถกำลังจะจอดรถแวะชมจุดแรก เจ้าลิงน้อย ก็โทรมา ก็มาแนวเดียวกับอาหมอของเธอ คือ กลาดคุยกับทุกคน และทุกคนที่คุยกับเธอก็มาแนวเดียวกัน คือ ถามถึงอาการป่วยของเธอ
 
จุดแรกที่แวะชมคือ "สวนละมั่ง" ก็ไม่รู้พวกละมั่ง มันจะเบื่ออาหารพวกนี้กันมั่งหรือเปล่า ใครมาแวะ ก็ให้แต่ถั่วฝักยาวๆ จนหน้ามันจะยาวเหมือนถั่วที่ให้อยู่แล้ว เราสังเกตเห็นว่า มันไม่ชอบให้ลูบหัว ถ้าจะลูบต้องเอาถั่วมาล่อให้มันกิน
จากสวนละมั่ง ก็ไปเลี้ยงอาหารนกกระจอกเทศ ม้าแคระ แกะ และวัว ต่อด้วยฮิปโป เจ้าตัวนี้ ดูเผินๆ เหมือนสัตว์โลภมาก อ้าปากคอยให้คนโยนอาหารใส่จนเต็มปาก แล้วค่อยหุบ แต่จริงๆ แล้วเป็นเพราะปากหนักนี่เอง เลยไม่อยากอ้าหลายที 555 นี่ถ้าโยนเจ้าขนุนลงไป คงไม่เหลือแน่
 
ช่วงนี้นี่เองที่ จงหยวนโทรมาบอกว่า ท้องเสียเลยมาไม่ได้ แล้วก็ถามด้วยความสงสัยว่า พี่หมอ(ผี) ทำงานที่โรงพยาบาลไหน หรืออยู่มูลนิธิใด ก๊ากๆๆ ขำ
เดินจากหมู่ฮิปโปมาหน่อย ก็เป็น "ส่วนแสดงสัตว์แอฟริกัน ซาวันน่า" ซึ่งมีทั้ง ยีราฟ ม้าลาย แรดเผือก นกกระจอกเทศ เรียงผา
 
ราวบ่ายสอง พวกเรารอชม "การแสดงความสามารถของสัตว์" สัตว์ที่นำมาโชว์ ก็มี หมีขอ (กายกรรม) นกกก (แสนรู้) นกมาร์คอว์ (แข่งกีฬา) และนาก (เก็บขยะ)
หลังจบการแสดง เรากับเอก เดินไปขอถ่ายรูปคู่กับนกมาร์คอว์ ออกมาอีกที อ้าว หายไปไหนกันหมดแล้ว เดินย้อนกลับไปยังจุดที่จอดรถก็ไม่เจอใคร เลยต้องโทรถามพี่ดา ปรากฏว่า เค้าไปต่อกันที่ "Zoo School" (โรงเรียนในป่าใหญ่) ซึ่งเลยจากซุ้มการแสดงไปไม่ไกล สองคนตี๋หมวย ซวยเลย ต้องเดินย้อนกลับไปอีก เฮ้อ…เหนื่อย แล้วอย่างงี้จะไม่ให้เอกลอกคราบได้ไง
มาต่อกันที่ "ส่วนแสดงกรงนกใหญ่" เค้าปักป้ายไว้ว่ามีนกหลากชนิดอยู่ในนี้ แต่เท่าที่เดินครบรอบ ก็เห็นแต่นกหน้าตาเดิมๆ ก็ไม่รู้นกมันบินหนีหายไปหมด หรือเราตาถั่วมองไม่เห็นมันเอง
ก่อนจะไป "น้ำตกเขาเขียว" พวกเราแวะให้อาหารอูฐ ช้าง ควาย หมูป่า และกวาง แม้น้ำตกนี้เกิดจากฝีมือมนุษย์ แต่ก็ทำเลียนแบบได้ใกล้เคียงธรรมชาติพอสมควร ผู้มาเยือนสามารถลงไปเล่นน้ำได้
เราแวะ "หุบเสือป่า" ซึ่งมีเสือหลากหลายชนิดชวนตื่นตาตื่นใจให้ได้ชม บางชนิดเราก็เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก อย่าง เสือโคร่งเผือก
ก่อนกลับกรุงเทพฯ พวกเราตั้งท่า ชูป้าย ถ่ายรูปหมู่กันที่หน้าสวนสัตว์ไว้เป็นที่ระลึก และเป็นความทรงจำกับความสุขสนุกและกับมิตรภาพที่ไม่อาจลืม…
 
 
 
 
 
 
อาหารเย็นกับบรรยากาศที่ยวนใจ
 
อ๊ะๆ ยังไม่จบจ่ะ ขากลับพวกเราแวะทานอาหาร ที่ร้าน "คุณหญิง" ในตัวเมืองชลฯ กัน บรรยายกาศยามเย็นใกล้ค่ำที่นี่ชวนให้อยากอาหารจริงๆ แถมเปิดเพลงเก่าๆ คลออีกต่างหาก คนก็ไม่เยอะดี (มีคนมาทานกันแค่สองโต๊ะเอง) นกเล็กบอกว่า นี่ถ้าอยู่ใกล้กรุงเทพฯ ผมจะนั่งมันไปเรื่อยๆ เลย
อาหารที่สั่งมาก็ไม่ผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็น ยำถั่วพู ไข่เจียวกุ้งสับ อ่อส่วน กุ้งทอดกระเทียม แกงจืดเต้าหู้ พล่าปลากุแล ข้าวผัดปู กุ้งอบวุ้นเส้น ปลาทอด โอ้ย อิ่มหนำสำราญเบิกบานใจ…
 
 
 
 
 
 
 
 
ก็ความหลังมันฝังใจ
 
ติ้ว ติว ติววววว….ดุ๊กเกากีต้าร์เป็นการอินโทร และเริ่มสั่นลูกคอ…."ชื่นชีวันเมื่อฉันและเธอชิดใกล้ แต่ไฉนเธอห่างฉันไปทุกที…"
น้องนัทที่ตั้งแต่ขาไปยันขากลับยังมีแรงกระหน่ำร้องเพลงอยู่ เพลงไหน เพลงนั้น ขึ้นมาเถอะ นัทบ่อยั่นทั้งนั้น  เงียบเสียงไปในฉับพลัน แล้วหันมาทางเรา ซึ่งกำลังร้องคลอตามอย่างได้อารมณ์ (เพราะเพิ่งอิ่ม) แล้วพึมพำประมาณว่า นัทมีความหลังกับเพลงนี้ ไอ้เราก็ไม่ได้ถามต่อและคิดอะไรมาก ยังคงร้องไปเรื่อย แล้วจู่ๆ เสียงกระซิกก็ดังมาจากข้างๆ
จากร้องเพลงกลายเป็นร้องไห้ ดุ๊กตบหัวแล้วลูบหลัง เอ๊ย ไม่ใช่ รีบลูบหัวนัทเป็นการปลอบโยน ส่วนเราก็รีบหยิบทิชชู ซึ่งก่อนหน้านี้ยื่นให้นัทเพื่อซับเหงื่อ เป็นให้ซับน้ำตาแทน
ในเสียงหัวเราะก็มีเสียงร้องไห้ แต่ไม่ว่าจะเป็นเสียงไหน สุดท้ายแล้ว น้องนัทก็กลับมาอยู่กับเสียงเพลงเก่าเหมือนเดิม…
 
กันยา ณ เดือนเก้า
20/06/06