เรื่องที่จั่วหัวนั้น เป็นชื่อหนังสือธรรมะ ชุดทางสายเอก อันดับที่สอง ของ ดร.สนอง วรอุไร
 
 
********************************
 
เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา แวะเข้า เว็บกัลยาณธรรม เพื่อดูข่าวเกี่ยวกับงานบรรยายธรรม เข้าหน้าแรก เจอข่าวเปิดตัวหนังสือเล่มสองของ ดร.สนองจาก สนพ.อัมรินทร์  เฮ้ย
น่าสนใจ ตอนคลิกเข้าไปก็ลุ้นไปด้วยว่า อย่าเพิ่งผ่านไปนะ อ่ะแฮ่ม โชคดีจริงๆ งานมีพรุ่งนี้ ในงาน Amarin Book Fair ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิตติ์ พลาดได้ไงล่ะ

งานเริ่มบ่ายสองโมง แต่เราไปถึงก่อนเวลาเกือบหนึ่งชม. เอาไงดีหว่า จริงๆ ก็อยากเดินดูหนังสือนะ แต่รู้สึกปวดท้องนิดหน่อย แล้วก็เกรงจะไม่ได้ที่นั่ง เลยนั่งยึดที่แต่เนิ่นๆ อิๆ

ก็ไม่รู้หรอกว่า เค้าจะมีกิจกรรมอะไรบนเวทีก่อนที่จะมีงานเปิดตัว นั่งอ่านโบรชัวร์ที่ได้รับแจกไปสักพัก คุณภิญโญ รู้ธรรม ก็ขึ้นมาบนเวที งานไรเหรอ ไม่รู้จะถามใคร ถามตัวเอง ออ ที่แท้เป็นงานเปิดตัวหนังสือเหมือนกัน แต่เป็นหนังสือเกี่ยวกับการปรับปรุงบ้าน ที่มีชื่อตรงกับซีรี่ส์ฝรั่งเรื่อง Home Improvement เขียนโดย คุณศักดา ประสานไทย ไม่รู้จักหรอก

เออแฮ่ะ มานั่งฟังในเรื่องที่เราไม่มีความรู้ มันก็เข้าท่าเหมือนกัน มีความรู้เพิ่มในชีวิตอีกนิดนึง แต่คงไม่ซื้อหนังสือหรอกนะ เหอะๆ จะซื้อของคนที่จะขึ้นเวทีเป็นคนถัดมาต่างหาก

เกือบบ่ายสอง ได้ฤกษ์เปิดตัวหนังสือ "ยิ่งกว่าสุข เมื่อจิตเป็นอิสระ" ดร. บรรจบ บรรณรุจิ ผู้ดำเนินรายการรับเชิญ ขึ้นมาแนะนำหนังสือ และเชิญ ดร.สนอง ขึ้นบนเวที โดยมีกรรมการผู้จัดการของ สนพ.อัมรินทร์ คุณเมตตา อุทกะพันธ์ นั่งเป็นประธานอยู่ด้านล่าง จากเมื่อสักครู่ใหญ่ ที่นั่งโหลงเหลง เป็นที่นั่งเต็มพรืด จนต้องยืนกันหน้าสล่อน นี่แสดงให้เห็นว่า คนเริ่มหันมาสนใจธรรมะกันมากขึ้น

  • ยิ่งกว่าสุข คือ สุขในทางธรรม
  • อยากเห็นเทวดา ภูติ ผี เปรต เห็นได้ โดยการทำสมาธิให้แน่วแน่ จนถึงขั้นฌาณ
  • เมื่อนั้นความถี่คลื่นจะละเอียด จนสามารถเห็นในสิ่งที่ตาเนื้อไม่เห็น
  • การกลัวผี เกิดจากการปรุงแต่ง และการไม่รู้จริง (อวิชชา)
  • หากเข้าถึงความจริงของความกลัว คือ ทุกอย่างเป็นอนัตตา ก็จะไร้ซึ่งความกลัว
  • ตราบใดที่ยังมีรูป-นาม กรรมย่อมเกิด
  • พลังงานแสงสามารถเก็บข้อมูลได้ จิตเราก็เป็นพลังงานชนิดหนึ่งซึ่งเก็บข้อมูลได้(แบบละเอียดยิบ) เช่นกัน
  • ในโลกนี้ ไม่มีเรื่องบังเอิญ ทุกอย่างเกิดโดยมีเหตุทั้งสิ้น
  • หากมีทิฐิ ความคิดที่มีย่อมผิด ซึ่งสื่อผ่านออกมาด้วยการกระทำ(ที่ผิด)
  • ถ้าสามารถขจัดขยะในใจได้ เราจะไม่มองคนอื่นไม่ดี ถ้าเรามองว่าคนนั้นไม่ดี คนนี้ก็ไม่ดี แสดงว่า ตัวเราเองนั่นแหละที่ไม่ดี
  • โปรแกรมช่วยกำจัดขยะในใจ คือ ปัญญา มองเห็นให้ตรงตามความเป็นจริง (จากใจที่สงบ)
  • ทำไมไม่อยากเกิด เพราะจิตตกเป็นทาสของสรรพสิ่ง ต้องทำจิตให้เป็นอิสระ
  • ทำจิตให้เป็นอิสระ ขึ้นอยู่กับใจ ด้วยการขจัดอวิชชา
  • การจะนั่งสมาธิให้ได้นาน ต้องสั่งสมบารมี มีขันติ สัจจะ วิริยะ และที่สำคัญที่สุดคือ มีศีลคุมใจอยู่เสมอ
  • ตามดู ตามรู้ ให้เห็นอนัตตา ปัญญาเกิดแน่นอน
  • การทำสมาธิในชีวิตประจำวัน คือ การมีสติอยู่กับปัจจุบัน
  • ในช่วงชีวิตเรา ดี ไม่ดี ก็คือ สิ่งที่เราทำเองทั้งสิ้น
  • เบื้องหลังของดวง คือ กรรม (กฎแห่งกรรม)
  • วิธีแก้ดวง ทำได้โดยฝึกจิตให้มีสติ จนเกิดปัญญา(ทางธรรม) แล้วใช้ปัญญา(การเห็นถูกต้องตามความเป็นจริง) นั้นนำทางชีวิต
  • กรรมแก้ไขไม่ได้ มีแต่ต้องชดใช้ หรือทำกรรมดีมากๆ เพื่อให้กรรมชั่วตามไม่ทัน
  • ศาสนาเป็นเพียงสมมุติ ความดีเป็นสากล

ก่อนจบงาน ช่วงท้ายรายการ ผู้จัดเปิดโอกาสให้ผู้ฟังได้ถามปัญหาธรรม และแจกหนังสือ "ทางสายเอก" เล่มเล็ก (ตามแพทเทิร์นของชมรมฯ)

เราได้ถามคำถามด้วย ซะยาวเลยแหละ ดร.สนองตอบมาเพียงสั้นๆ แต่นั่นแหละ คือ คำตอบทั้งหมดของคำถาม

แล้วเราก็ได้หนังสือดร. มาเคาะสนิมใจอีกหนึ่งเล่ม

ไหนๆ ก็มางานหนังสือแล้ว แค่มาฟังงานเปิดตัวหนังสือมันก็ดูกระไรอยู่ เดินดูหนังสือซะหน่อยแล้วกัน เสียเวลาจมอยู่กับหมวดหนังสือธรรมะนั่นแหละ หมวดอื่นแค่ชายตา สอดส่ายสายตาไปมา ได้เรื่องน่าสนใจมาสองเล่ม คือ ทาน-สังฆทาน ฉบับคู่มือชาวพุทธ (ของศีลปาโล) และ อุปสรรคของการปฏิบัติธรรม (ของแม่ชีรัญจวน อินทรกำแหง) อือม น่าสนใจ

กำลังจะเดินไปที่จอดรถ เจอคนดักตีหัว เอ๊ย ไม่ใช่ ดักให้ตอบแบบสอบถาม ไม่รู้ชายคนที่ชวน มีเสน่ห์ดลใจหรืออย่างไรไม่อาจทราบได้ เรายินดีเต็มใจรับคำชวนแบบไม่ลังเลเลยอะ (จั๊ด จ้า ดะ ดั๊ด ก็เรามันใจง่าย) อ้าว ก็ปกติเวลาเจอแบบนี้ เดินหนีเลยนี่

ก็ไม่รู้เป็นไรอีก ตั้งใจตอบมากเลย มีกี่ข้อฉันตอบหมด ซื้อหนังสือกี่เล่ม รวมแล้วกี่บาท แม้จะเกลียดเลข แต่ก็ตั้งใจคิดหาคำตอบมาก (ดีนะที่ซื้อไม่กี่เล่ม) เฮ้อ กว่าจะเสร็จก็ใช้เวลาพอสมควร เราจัดการยื่นคืนหนุ่มคนนั้น ขณะกำลังจะหันหลังเพื่อมุ่งหน้าไปยังที่จอดรถต่อไป "คุณครับ" อุ๊ย เขาเรียกฉัน "ที่ระลึกครับ" พูดพร้อมยื่นหนังสือเล่มหนาๆ มาให้หนึ่งเล่ม (หมึกแดงไกด์อะไรสักอย่าง) เออ สงสัยจะเห็นความมุ่งมั่นของเราเป็นแน่ (คงไม่ใช่เพราะความสวย) อิๆ เลยแจกซะเลย

ขับรถกลับบ้านรถติดจัง แต่ใจค่อนข้างเบิกบาน และได้ข้อคิดชีวิตมาบ้าง เลยไม่ค่อยหงุดหงิดกับรถติดเท่าไร

แล้วหนังสือหมึกแดงเล่มนั้น เราก็ยกให้เป็นสมบัติของพี่สาว ผู้ซึ่งชอบทำอาหารไป (ฟังธรรมกลับมา แล้วได้ทำทาน)

กันยา ณ เดือนเก้า
26/08/06