ก่อนจะมานั่งพิมพ์ blog สำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เราย้อนกลับไปนึกถึงครั้งหนึ่งในวัยเด็ก เมื่อคราวเราเป็น "ผู้รับ"
 
***********************************
ครั้งนั้นเป็นเหตุการณ์ที่เราคิดว่า ยิ่งใหญ่ สุดยอด มากสำหรับเด็กตัวเล็กๆ (แต่ยาว) อย่างเรา เพราะมันเป็นการฉลองวันเกิดที่เจ๋งมากๆ มีเพื่อนสนิทๆ ทั้งสมัยประถมและมัธยมต้น และไหนจะญาติๆ รุ่นราวคราวเดียวกัน พร้อมใจมาร่วมงาน…เพื่อเรา โดยมีผู้ใหญ่ใจดี อย่างพวกพี่ๆ ร่วมมือ รวมหัวกันจัดให้
 
ในฐานะที่เป็นเด็ก เรารู้สึกมีความสุขและประทับใจกับการเป็น "ผู้รับ" ของงานนั้น
 
มาในวันนี้ วันที่เราเติบโตเป็นผู้ใหญ่ (ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัย…ทอง ก่อนแล้วกัน วัยชราขออีกสัก 20 ปีหน้า เหอะๆ) กับการเป็น "ผู้ให้" บ้าง ในงานฉลองวันเกิด (ที่ไม่ได้จงใจให้ตรง แต่มันบังเอิญ) ทำให้รู้ซึ้งว่า การเป็น "ผู้ให้" นั้น สุขใจกว่าการเป็น "ผู้รับ" มากกว่านัก
 
กับเพื่อนๆ ประถมก๊วน ส.ว.ย. หน้าเดิม แต่สวยขึ้น (แถมมีสามีกันทุกคน ยกเว้นเรา อิๆ) สี่คน คือ หมวย เพค นก และ แหม่ม มาร่วมกันเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้าที่ สมาคมสงเคราะห์เด็กกำพร้าแห่งประเทศไทย ที่เดิม (เดิมอีกแล้ว แต่ความรู้สึกไม่เดิมนะ) ที่เราเคยมาเมื่อปีที่แล้ว ในฐานะผู้สังเกตการณ์ แต่คราวนี้ ในฐานะที่เพื่อนยกให้เป็น "เจ้าภาพ" 555 เท่ห์ซะ
 
เริ่มต้นจาก หมวย ที่เสนอแนะว่า น่าจะมีกิจกรรมไปทำบุญร่วมกัน (มากกว่าการสังสรรค์ กินและเม้าส์) บ้าง เราเสนอให้มาทำบุญที่นี่ นก หมวย แหม่มเห็นดีด้วย (โดยเฉพาะคนหลังเนี่ย เห็นด้วยอย่างยิ่งเลย เพราะใกล้บ้านหล่อน) ส่วนเพค มารู้เรื่องและถูกชวนตอนที่สรุปงานกันได้หมดแล้ว ก็เซ็ทกันไว้คร่าวๆ วันที่ 2 กันยายน ให้แหม่มได้พักฟื้นจากการผ่าเนื้องอกที่มดลูกสักหน่อย ใกล้วันเข้ามา เราจัดการโทรไปสอบถามทางสมาคมฯ ปรากฏว่า เสาร์ที่ 2 คิวเต็ม แต่เสาร์ที่ 9 และอาทิตย์ที่ 17 ยังว่างอยู่
 
แทบจะไม่ต้องขอความคิดเห็นจากเพื่อนๆ ว่า เป็นเสาร์ที่ 9 โอเคไหม เพราะเพื่อนๆ ก็อยากให้เป็นวันนี้แต่แรกเริ่มแล้ว แต่เราบอกว่า เราอาจจะไม่ว่าง เพราะคิดว่าจะไปวัดกะนุ่นในช่วงนั้น โทรไปหานุ่น นุ่นก็บอกยังไม่แน่นอนเหมือนกัน เพราะต้องดูเพื่อนผู้ชายอีกคนไปด้วย ซึ่งก็ไม่รู้จะว่างหรือเปล่า เราก็เลยเลื่อนการไปวัดออกไป
 
หมวย รับอาสาจัดการเรื่องอาหารที่จะเลี้ยงเด็ก ส่วนเรานอกจากได้เป็นเจ้าภาพโดยปริยายแล้ว ก็มีหน้าที่จัดการเรื่องน้ำ ขนม และถ้วยกับช้อนไอติม
 
กว่าจะลงตัวว่า อาหารที่จะมาเลี้ยง คือ บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง ก็เล่นเอาหมวยวุ่นวายพอดู แต่ในความวุ่นวายนั้น เราก็ยังสัมผัสถึงความสุขในน้ำเสียงของเธอได้นะ
 
สรุปของที่เลี้ยงในวันนั้น ก็มี บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงรสเลิศ (อร่อยจริงๆ นะ) สั่งตรงมาจากสาธุประดิษฐ์ และ ไอศครีมกะทิรสอร่อยหนึ่งถัง น้ำถ้วย และ ขนมโอริโอ ส่วนของที่บริจาค ก็คือ ผ้าขนหนู จากบริษัทสามีหมวยนั่นเอง (ครอบครัวเกื้อกูลจริงๆ)
 
ราว 11 โมงเกือบครึ่ง ซุ้มบะหมี่พร้อม ไอติมพร้อมรอตัก น้ำและโอริโอพร้อมรอแจก เพื่อนๆ และครอบครัว (อันประกอบด้วยสามีและลูก)  และญาติๆ พร้อม เจ้าหน้าที่สมาคมฯ เลยให้ลงมือเริ่มงานบุญได้
 
บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงจึงถูกเริ่มทยอยวางบนโต๊ะอาหาร เรา เพื่อนๆ และติ๊ก (แม้จะยังไม่หายจากหลังหักดี แต่สปิริตเหลือเฟือ) ช่วยกันวางน้ำและขนมข้างชามบะหมี่ หลังจากทุกอย่างจัดวางเรียบร้อย เด็กๆ เริ่มเข้ามานั่งกัน
 

 

 
ก่อนลงมือทานอาหารอันโอชะ เจ้าหน้าที่แสดงความขอบคุณและอวยพรให้แก่พวกเรา เด็กๆ ร่วมร้องเพลงวันเกิดให้ ช่างเป็นภาพและช่วงเวลาที่น่าประทับใจและน่าจดจำจริงๆ ก็แหงล่ะ เกิดมาไม่เคยเจอคนร้องเพลง Happy Birthday ให้มากมายขนาดนี้ โอ้ว ซาบซึ้งหลาย
 
เด็กตัวกะเปี๊ยกคนหนึ่ง ยืนยันความอร่อยของอาหารที่เอามาเลี้ยงด้วยการเปิลถึง 4 ชาม และที่ดูจะขายดีจนหมดก่อนเพื่อน คือ แคปหมู โอโห เดี๋ยวเดินถือชามเปล่ามาเติม มาเติมกัน จนหมดไม่รู้ตัว
 

 

 
งานนี้ลูกเพื่อนๆ ก็ได้สนุกสนาน เฮฮา เพลิดเพลิน เหมือนมีปาร์ตี้เล็กๆ กัน ไหนจะมีเด็กๆ เต็มไปหมด ไหนจะมีขนมทั้งโอริโอ และไอติม แต่มีเด็กอยู่คนนึงที่ไม่รู้สึกอยากมีอารมณ์ร่วมด้วยแล้ว คือ กัปตัน (ลูกชายนก) เพราะไม่สบาย ไข้ขึ้น ก็น่าเห็นใจ เพราะอากาศวันนั้นก็ร้อนเหลือ
 
หมวยสั่งลูกชิด ข้าวเหนียว และมัน มาใส่ในไอติมด้วย แต่หลังจากแบ่งใส่ถ้วยแล้ว ปรากฏว่าไม่พอ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะพระเอกอยู่ที่ไอติมต่างหาก ไอติมถังสี่เหลี่ยมนี้ผ่านการตักหลายมือมาก ถ้าให้มือหลักตักคนเดียว คงจะมือหัก ด้วยความแข็งของไอติม
 
มีเด็กคนหนึ่งเจ๋งมาก เด็กชายคนนี้ได้ไอติมที่มีเครื่องเคียงไปด้วย ถ้วยแรกหมดอย่างรวดเร็ว เดินมาต่อแถวเพื่อขอเพิ่ม เราก็หยิบถ้วยแกที่มีมันเหลืออยู่สามชิ้นมาตักให้ด้วยความประหลาดใจ เพราะเป็นคนเดียวที่มาขอไอติมเพิ่มพร้อมกับมันที่เหลืออยู่ สักพักเด็กคนเดิมมาขอเติมอีก พร้อมกับมันที่เหลือสองชิ้น โอ้โห สุดยอกกั๊กจริงๆ น้องเอ๋ย ก็ไม่รู้ว่ามาเติมไอติมอีกจนมันหมดหรือเปล่า เพราะเราเปลี่ยนมือไปหาบะหมี่กินซะก่อน
 
เด็กบางคนก็สร้างสรรค์ หรือเคยทำอย่างงี้มาก่อนก็ไม่รู้ เอาโอริโอมาใส่กะไอติม ก็พลิกวิกฤตของเคียงขาด ให้โอกาสไอติมกะทิธรรมดา กลายเป็นไอติมหรูระดับแดรี่ควีนส์ไปได้ อิๆ
 
ด้วยความที่ไม่รู้ความตื้นลึกของถังไอติม เด็กๆ ที่ได้ไอติมถ้วยแรกๆ ไป คงบ่นในใจว่า ตักให้น้อยจัง แต่สุดท้ายแล้ว กว่าจะตักถึงก้นถัง (เสียดายไม่ได้ถ่ายถังไอติมเก็บไว้) เด็กๆ ก็ได้ลิ้มรสความหอม หวาน มัน อร่อย ของไอติมกันอย่างทั่วหน้า แถมเหลือแจกได้อีกตั้งหลายถ้วยนะ คุ้มจริงไอติมพันสาม
 
หลังจากคำนวณเงินทำบุญกันแล้ว ปรากฎว่าเป็นเศษอยู่ แหม่มเสนอให้คิดเป็นจำนวนถ้วนๆ ที่เหลือก็บริจาคให้กับสมาคมฯ เพื่อเป็นทุนสำรองให้กับเด็กๆ ต่อไป ไม่มีใครปฏิเสธ ทุกคนเห็นดีเห็นงามด้วย งานนี้ก็เลยได้ทั้งเลี้ยงอาหาร และบริจาคเงินเสร็จสรรพ
 
ก็ขออนุโมทนาบุญกับทุกคนที่มีส่วนรวมให้งานนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และขอบคุณเพื่อนๆ ที่เต็มใจยกงานนี้เพื่อเป็นการฉลองวันเกิดให้กับเราด้วยนะจ๊ะ…เรารักพวกนายจริงๆ
 
ภาพรอยยิ้ม และความสุขของเด็กผู้รับ ในครั้งนี้ ก็คงฝังตรึงในใจผู้ใหญ่ผู้ให้อย่างเราและเพื่อนๆ ไปอีกนาน…
 
งานหน้า ปีหน้า 1 เมษา เราจะไปเก็บภาพความประทับใจกันอีกที่ไหนดี…หมวย?
 
 
ตี๋เอก แห่งแก๊งค์แมวยิ้ม บ้านเพลงเก่า อวยพรวันเกิดให้ผ่าน รายการ The Big Hit
 
กันยา ณ เดือนเก้า
11/09/06
(รำลึก 5 ปี World Trade)