ไม่คิดเลยว่า บริจาคเลือดแต่ละครั้ง จะมีเรื่องให้หยิบมาเล่าได้ทุกครั้ง
 
****************************
 
ครั้งล่าสุด (ครั้งที่ 8) เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ก็เช่นกัน เราไม่คิดว่า การบริจาคเลือดครั้งนี้จะมีอะไรพิเศษ…
จริงๆ วันครบกำหนดบริจาค คือ วันอาทิตย์ แต่เราเริ่มมีอาการส่อเค้าว่า สิ่งที่ต้องมาทุกเดือนกำลังจะมาเยือน เลยบอกน้องว่า ไปวันเสาร์เลยแล้วกัน ไม่อยากพลาดรอไปอีกสามเดือนเหมือนครั้งที่แล้ว น้องสาวไม่มั่นใจว่า ไปก่อนหนึ่งวันได้ไหม แต่ก็ยอมไป แล้วก็ยังอุตส่าห์เพียรพยายามโทรไปที่สภากาชาด เพื่อสอบถาม ทั้งๆ ที่เราจะถึงที่หมายกันอยู่แล้ว
ไม่มีปัญหา บริจาคได้โลด เรารู้สึกว่า ครั้งนี้ขั้นตอนทุกอย่างดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว ไม่ว่าข้อมูลที่ต้องกรอก ก็กรอกมาล่วงหน้าจากบ้านแล้ว การตรวจวัดความดัน การตรวจความเข้มข้นของเลือด รวมถึงการให้เลือด ขั้นตอนที่สะดุดคือ การลงทะเบียน หลังจากเจ้าหน้าที่ดูบัตรประวัติเราแล้ว ก็หันหลังไปวุ่นกะพรินเตอร์ ไอ้เราก็แปลกใจ เกิดอะไรขึ้นกะข้อมูลเราป่าวเนี่ย เจ้าหน้าที่หันกลับมาอีกที พร้อมกับยื่น เข็มที่ระลึก และ ใบประกาศเกียรติคุณ ให้ ทำเอาเรางง ที่แท้ก็ บริจาคครบ 7 ครั้ง แล้ว ดีนะที่เธอบอกให้เราตรวจทานความเรียบร้อยบนใบประกาศก่อน ไม่งั้นเราคงได้ใบประกาศของใครไม่รู้ ชื่อพิลึกกึกกือ
"ขอโทษที่พิมพ์ผิดค่ะ ใจลอยไปหน่อย" คือ คำสารภาพในความผิดพลาดของเธอ ก็ไม่รู้ใจเธอถูกลอยกระทงไปถึงไหนต่อไหน โชคดีนะที่เป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียน ถ้าเป็นฝ่ายเจาะเลือด เราคงมิกลายเป็นมัมมี่รีเทิร์นไปซะแล้วรึ
ครั้งต่อไปที่จะได้รับเข็ม และใบประกาศฯ คือ ครั้งที่ 16, 24, 36, 48, 60, 72, 96, และ 108 ตามลำดับ (จะมีชีวิตอยู่ถึงไหมเนี่ย )
 
 
++………………………….++ —————————————– ++………………………….++
 
 
ในทุกปี วันแรกของวันออกพรรษา จะมีศาสนพิธีที่เรียกกันว่า ตักบาตรเทโว(โรหณะ)
ติ๊กเคยชวนเรามาพิธีนี้ ที่วัดโพธิทอง เมื่อนานจนเกือบลืมครั้งหนึ่งแล้ว นานจนจำไม่ได้ว่า สิ่งที่เค้านิยมนำมาใส่บาตรกันคือ ข้าวต้มมัด ไข่เค็ม และ ข้าวสาร อาหารแห้ง
ปีนี้ ตรงกับวันหยุด วันอาทิตย์ ติ๊กผู้ซึ่งรู้ซึ้งถึงคุณค่าชีวิต หลังจากตกหลังคา นึกอยากทำบุญ เลยชวนมาร่วมงานบุญ
เธอมีของบางส่วนเตรียมไว้แล้ว คงขาดแต่ของประชานิยม คือ ข้าวต้มมัด และไข่เค็ม เราก็ไปหาซื้อมาจนได้ แถมเพิ่มน้ำถ้วย น้ำผลไม้ แอปเปิ้ล เข้าไปด้วย
เมื่อรวบรวม จัดเตรียมของพร้อม เธอถึงกับอุทานว่า "โห ปีนี้ของเยอะ" ดูไปดูมา ก็เยอะจริงๆ ทั้ง ข้าวต้มมัดเกือบ 10 คู่ ไข่เค็ม 12 ฟอง ส้ม สาลี่หอม แอปเปิ้ล น้ำถ้วย น้ำผลไม้ โค้กแคน นมกล่อง นมกระป๋อง ข้าวสารมัดถุงเล็ก 24 ถุง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
เราไปถึงวัดโพธิทองกันราว 8 โมงจะครึ่ง โชคดีที่เราสามารถหาที่จอดรถร่มๆ ได้ เพราะแดดวันนั้นแรงมาก คนก็เยอะมากๆๆๆๆๆๆ ขนาดต้องมีการใส่บาตรรอบสองกันเลย ผู้มายืนรอใส่บาตรรอบอุโบสถบางคนก็มีความอดทน ยืนตากแดดรอด้วยความศรัทธา ยังดีที่เบื้องบนเห็นใจ ส่งเมฆมาบังสุริยาบ้างเป็นครั้งคราว แต่ส่วนใหญ่จะหาที่ร่มหลบร้อนกัน
หลังจากเรากับติ๊กพากันไปถวายดอกไม้ และอาหาร (ข้าวเหนียวหมูปิ้ง กับ ขนมหวาน) พระพุทธกันแล้ว ก็ไปนั่งรอใส่บาตรรอบสองที่ศาลา
กว่ารอบแรกจะใส่บาตรเสร็จ ก็เกือบๆ ร่วมชั่วโมง เจ้าหน้าที่ของทางวัด พลัดกันแบกหม้อใบเขื่องที่เต็มไปด้วยของใส่บาตรกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย ทยอยเข้า เดินออกกันจากแถวพระภิกษุสงฆ์เป็นว่าเล่น
รอบสองก็ใช่ย่อย พุทธศาสนิกชนดูไม่ได้น้อยไปกว่ารอบแรกสักเท่าใดนัก
เนื่องจากติ๊กไม่ได้จัดของเป็นชุด เลยต้องใช้สองมืออุ้มของกันจนล้น พอใส่ไปได้สักพัก ทีนี้แยกกันถือถุงเดินใส่บาตรพระเลย ไม่รอให้พระเดินมาถึงตัว แม้แดดจะร้อน แต่ก็สุขใจ และอิ่มบุญ ไปตามๆ กัน
ก่อนออกจากวัด เราได้ทำบุญทิ้งท้าย ด้วยการปิดทองและผูกช่อฟ้าด้วยผ้าสี
ก็ต้องขอขอบใจติ๊ก ที่ไม่เคยลืมพี่คนนี้ ทุกครั้งที่มีงานบุญ และพร้อมกันนี้ขออนุโมทนาด้วย ขอให้บุญที่ได้ทำในครั้งนี้ ส่งผลให้เธอมีสุขภาพกายใจที่แข็งแรง สาธุ สาธุ
 
 
ก็หวังว่าปีหน้า เราคงมีโอกาสได้มาทำบุญตักบาตรเช่นนี้อีก และแน่นอน คราวนี้ไม่พลาด ของใส่บาตรต้องเป็นชุด
กันยา ณ เดือนเก้า
10/10/49