เช้าวันแห่งความรักปีนี้ ได้พบเจอบทความดีๆ จากคอลัมภ์ "กายใจ" ในเว็บหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
แหม อ่านแล้วเข้าที ช่างเป็นความจริง อย่างหาที่ติไม่ได้
 
 
*************************
 
จริงๆ ก็รู้อยู่แล้วล่ะว่า นี่คือ "สูตรรักแท้" แต่ได้มาอ่านย้ำเตือนอีกทีในวันนี้ ก็เหมาะเหม็งเลยทีเดียว เอามาตีแผ่กันให้รู้ทั่วๆ ให้โจ่งแจ้งแดงเถือกกันไปเลย
สูตรรักเด็ดไหนที่ว่าแน่ เป็นต้องแพ้สูตรที่ใช้ได้กับทุกรูปแบบความรักนี้แน่นอน…
เกริ่นมาซะยาว ไม่เข้าเรื่องซะที สูตรที่ว่านี้คือ พรหมวิหาร 4 นั่นเอง
 
 
เมตตา : ความรัก หมายถึง รักที่มุ่งเพื่อปรารถนาดี ให้ผู้อื่นได้รับสุขที่เกิดขึ้นได้ทั้งกายและใจ โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ จึงจะตรงกับคำว่า เมตตาในที่นี้ ถ้าหวังผลตอบแทนจะเป็นเมตตาที่เจือด้วยกิเลส
ลักษณะของเมตตา ควรสร้างความรู้สึกคุมอารมณ์ไว้ตลอดวัน ว่า เราจะเมตตาสงเคราะห์ เพื่อนที่เกิด แก่ เจ็บ ตาย จะไม่สร้างความลำบากให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ความทุกข์ที่เขามี เราก็มีเสมอเขา ความสุขที่เขามี เราก็สบายใจไปกับเขา รักผู้อื่นเสมอด้วยรักตนเอง
 
กรุณา : ความสงสาร หมายถึง ความปรานี ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ความสงสารปราณีนี้ก็ไม่หวังผลตอบแทนเช่นเดียวกัน สงเคราะห์สรรพสัตว์ที่มีความทุกข์ให้หมดทุกข์ตามกำลังกาย กำลังปัญญา กำลังทรัพย์
พระพุทธองค์ทรงสรุปไว้ว่าความทุกข์มี 2 กลุ่มใหญ่ๆ ดังนี้
ทุกข์โดยสภาวะ หรือเกิดจากเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกาย เช่น การเกิด การเจ็บไข้ ความแก่และความตายสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่เกิดมาในโลกจะต้องประสบกับการเปลี่ยนแปลงทางร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งรวมเรียกว่า กายิกทุกข์
ทุกข์จรหรือทุกข์ทางใจ อันเป็นความทุกข์ที่เกิดจากสาเหตุที่อยู่นอกตัวเรา เช่น เมื่อปรารถนาแล้วไม่สมหวังก็เป็นทุกข์ การประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์การพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รัก ก็เป็นทุกข์ รวมเรียกว่า เจตสิกทุกข์
 
ลักษณะของกรุณา การสงเคราะห์ทั้งทางด้านวัตถุ โดยธรรม ว่าผู้ที่จะสงเคราะห์นั้นขัดข้องทางใด หรือถ้าหาให้ไม่ได้ ก็ชี้ช่องบอกทาง
มุทิตา : มีจิตอ่อนโยน หมายถึง จิตที่ไมีความอิจฉาริษยาเจือปน มีอารมณ์สดชื่นแจ่มใสตลอดเวลา มีความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี คำว่า "ดี" ในที่นี้ หมายถึง การมีความสุขหรือมีความเจริญก้าวหน้า ความยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดีจึงหมายถึง ความปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุขความเจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้น ไม่มีจิตใจริษยา ความริษยา คือ ความไม่สบายใจ ความโกรธ ความฟุ้งซ่านซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดีกว่าตน
อุเบกขา : ความวางเฉย นั่นคือ มีการวางเฉยต่ออารมณ์ที่มากระทบ การวางใจเป็นกลางเพราะพิจารณาเห็นว่า ใครทำดีย่อมได้ดี ใครทำชั่วย่อมได้ชั่ว ตามกฎแห่งกรรม คือ ใครทำสิ่งใดไว้สิ่งนั้นย่อมตอบสนองคืนบุคคลผู้กระทำ เมื่อเราเห็นใครได้รับผลกรรมในทางที่เป็นโทษเราก็ไม่ควรดีใจหรือคิดซ้ำเติมเขาในเรื่องที่เกิดขึ้น เราควรมีความปรารถนาดี คือพยายามช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นจากความทุกข์ในลักษณะที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม
 
 
 
วันเวียนผันเปลี่ยนเร็วไว หนังสือธรรมะดีๆ อันทันสมัยอยู่เสมอเล่มนี้ แจกมาครบปีแล้ว ก็ยังคงแจกฟรีต่อไป
 
สนใจรับไว้ประยุกต์ใช้กับชีวิต คลิก ที่นี่ 
 
 
 
สุขสันต์วันวาเลนไทน์
ขอให้ทุกวันเป็นวันแห่งรักแท้

กันยา ณ เดือนเก้า
14/02/07