แหม อยากพบหนทางนี้ไวๆ จัง
***************************
หัวเรื่อง คือ ชื่อหนังสือเขียนโดย หลวงพ่อธี วิจตฺตธมฺโม แปลโดย พระมหายาจินต์ ธมฺมธโร ที่ได้มาด้วยความเมตตาโดยแท้
 
หลังจากห่างหายจากการไปฟังธรรมที่ สโมสรกรมการแพทย์ โรงพยาบาลทหารเรือ ไปซะหลายเดือน เพราะจากการติดตามดูตารางบรรยายธรรมของหลวงปู่พุทธะอิสระใน นิตยสารธรรมะรายเดือน ธรรมลีลา ไม่เห็นกำหนดการที่หลวงปู่จะมาบรรยายธรรมตามปกติในช่วงบ่าย ของอาทิตย์ก่อนสิ้นเดือนที่สโมสรฯ เลยคิดว่า กลุ่มธรรมะรักษาคงเลิกจัดไปแล้ว
 
มาฉบับประจำเดือนพฤษภาคม ได้เห็นกำหนดการที่หลวงปู่จะมาที่นี่อีกครั้ง เลยโทรไปสอบถามกับทางกลุ่มฯ ว่า ในช่วงเช้ามีบรรยายธรรมไหม ก็ได้รับคำตอบจากประธานกลุ่ม คือ อ.จินดา มาสมบูรณ์ ว่า มี งานนี้ตัดสินใจไปแบบไม่มีลังเล เพราะได้หลายเด้ง ถึงแม้จะไม่มีเพื่อนไปด้วยก็เถอะ
 
 
เด้งแรก
 
ครั้งนี้อาศัยบริการ ขสมก. มาที่รพ. เพราะรถอยู่ในสภาพป่วยเสาะแสะ ยังไม่ได้พาไปหาหมอ(ช่าง)ซะที เกรงว่า ถ้าเอามาด้วย จะตายกลางถนนก่อนถึงมือหมอ ก็เลยออกเช้า มาถึงเร็ว ไปลงทะเบียน ได้รับแจกหนังสือ "ความจริงเกี่ยวกับ ความรัก ความโกรธ และความเมตตา" (หนังสือมีจำกัด ใครมาทีหลัง โดยเฉพาะภาคบ่าย อดจ้า) พร้อม mp3 หลวงพ่อชา
 
เด้งสอง
 
หลังจากทำบุญหย่อนปัจจัยลงกล่องเสร็จ ไปยืนดูหนังสือธรรมะตัวอย่างบนโต๊ะที่อ.จินดา เรียงไว้ให้ชมตามปกติทุกครั้งที่มีงานบรรยายธรรม ตาไปสะดุดเข้ากับหนังสือ ตามชื่อที่ตั้งไว้เป็นหัวเรื่องนั่นแหละ เอ๊ะ "หลวงพ่อธี" ชื่อเดียวกับ พระอาจารย์ของพระอาจารย์ชัยรัตน์ วัดถ้ำหมีนอนเลย แล้วจะใช่รูปเดียวกันไหมนะ
 
รีบพลิกดูข้างในไม่รอช้า มีภาพหลวงพ่อด้วยแหละ อาศัยความจำภาพหลวงพ่อที่ถ่ายไว้จากวัดถ้ำหมีนอน มาเทียบเคียงกับภาพในหนังสือ "คนเดียวกันแน่ๆ เลย" คิดในใจ หูย พออ่านคำปรารภว่า ท่านเป็นชาวไทยใหญ่ เริ่มมั่นใจ ยิ่งพออ่านคำนำว่า …หลวงพ่อได้แนะนำให้ใช้ปัญญานำหน้า กล่าวคือ "ปัญญา ศีล สมาธิ" โช๊ะเด๊ะ ใช่แน่นอน
 
ความอยาก(ได้)ทำให้ต้องเอ่ยปากถามอ.จินดาว่า "อยากได้เล่มนี้ต้องทำยังไงคะ" อ.ถามเราว่า "เป็นศิษย์ท่านเหรอ" คิดอยู่พักนึง แล้วตอบไปว่า "อ๋อ เป็นลูกศิษย์ ของลูกศิษย์ท่านอีกทีอ่ะค่ะ" อ.ได้ยินดังนั้นแล้ว มือถือกรรไกร ก้มตัวลงไปตัดกระดาษที่หุ้มหนังสือออก แล้วก็แงะหนังสือ "ทางเดินสู่นิพพาน" ยื่นมาให้เล่มนึง อย่างปิติเลยสิ เรายกมือไหว้อ. พร้อมกล่าวคำขอบคุณ เป็นบุญแท้
 
 
เยี่ยมชมเว็บไซต์หลวงพ่อได้ที่ http://www.portee.in.th
 
 
เด้งสาม
 
กำหนดการเดิม ช่วงเช้าจะเป็นการบรรยายธรรมของ ท่านว.วชิรเมธี และดร.บรรจบ บรรณรุจิ แต่ท่านทั้งสองติดธุระด่วน อ.จินดา มาสมบูรณ์ กับ คุณปิยาภรณ์ ชาตะศิริกุล แขกรับเชิญ จึงต้องมาทำหน้าที่แทน
 
ก่อนการเริ่มบรรยายธรรมของท่านทั้งสอง ทางกลุ่มฯ ได้เปิด วีซีดี สารคดีสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังษี ให้ดู สารคดีทำออกมาได้ดีมากๆ เหมือนภาพยนตร์ฉายโรงเลยอะ ดูๆ ไปนึกถึงเพื่อนๆ เกิดความอยาก(ได้) อีกแล้ว ระหว่างฉาย พิธีกรก็ประกาศว่า อีกสักครู่จะมีการแจกวีซีดีเรื่องนี้ให้กับทุกท่านที่มาร่วมงาน (คนมาทีหลัง ก็อดอีกตามเคย) หูย อะไรจะคิดแล้วได้ดั่งใจขนาดนี้ บุญอีกแล้ว เป็นบุญ
 
ตอนรับแจก ได้ถามกับผู้แจกว่า "ขออนุญาตนำไปทำสำเนาแจกได้ไหมคะ" ก็ได้รับคำตอบว่า "ได้เลยค่ะ" ว่าแล้ว ใครอยากได้ ก็บอกมานะจ๊ะ จะก๊อปแจกให้จ้า
 
เด้งสี่และเด้งหก
 
คือการได้ฟังธรรมทั้งสองภาคนั่นเอง
 
ภาคเช้า : อ.จินดา มาสมบูรณ์ ได้มาพูดถึงเรื่อง การเข้าถึงธรรมด้วยวิธีที่ต่างกันของพุทธสาวก ในครั้งพุทธกาล
  • การเข้าถึงธรรม (การได้ดวงตาเห็นธรรม การเข้าถึงกระแสธรรม) ตามที่ท่านพุทธทาสกล่าวไว้ คือ การเข้าใจความหมายของธรรม ซึ่งมี 4 ข้อ คือ ธรรมะ คือ ธรรมชาติ / กฎเกณฑ์ของธรรมชาติ (เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป) / ธรรมะ คือ หน้าที่ / ธรรมะ คือ การทำตามหน้าที่
  • เมื่อมีสิ่งใดเกิดขึ้น ย่อมมีดับไปเป็นธรรมดา
  • ตัวอย่างการเข้าถึงธรรมของแต่ละท่านในพุทธกาล อาทิ อุปติสะ(พระสารีบุตร), โกลิตะ(พระโมคคัลลา), จูฬปันถก, พาหิยะ, มารดาของพระกุมารกัสสป, นางวิสาขา ฯลฯ
  • การจะเข้าถึงธรรมได้ ต้องเข้าใจกฎไตรลักษณ์อย่างถ่องแท้ (ไม่ใช่ท่องหรือจำเอา) และต้องเห็นทุกข์จึงจะเห็นธรรม เมื่อนั้นจะได้ปัญญา เห็นว่า สุขทุกข์มีค่าเท่ากัน
ภาคเช้า : คุณปิยาภรณ์ ชาตะศิริกุล มาเล่าถึงประสบการณ์ทางธรรม
  • เริ่มสนใจธรรมะ จากการได้ดูรายการธรรมะทางทีวีช่อง 10 บางขุนพรหม สอนให้ทำสมาธิด้วยการกำหนดลมหายใจเข้า พุท ออก โธ
  • ได้ธรรมะ "ให้อยู่ซือๆ" จากคุณยายที่เจอ และ "ลืมตาสิ ในเมื่อหลับตาแล้วเห็นภาพนิมิตมากมาย" จากพระอายุ 80 ปีรูปหนึ่ง
  • สติมา เมื่อเรารู้สึกตัวในขณะที่เรากำลังทำกิจกรรมต่างๆ อยู่ (สามารถมองเข้าไปในใจได้)
  • เมื่อมีสติ ก็จะลดการก่อกรรมได้ เพราะรู้เท่าทันใจตัวเอง
  • ทำให้คนอื่นทุกข์ด้วย ทุกข์แค่ 1 แต่หากทำให้บุพการีทุกข์ด้วย ทุกข์คูณสาม
  • เมื่อทุกข์แล้วเห็นทุกข์ จะเห็นจิตได้ชัดเจน
  • ฯลฯ
ภาคบ่าย : หลวงปู่พุทธะอิสระ
ภาคนี้ไม่ต้องพูดถึงเลย สัปหงกจนหัวแทบจะหลุดจากบ่าหลายเที่ยว โงกเงก โงนเงน งัวเงีย ซะเหลือเกิน
 
  • ภาวนา 4  : กายภาวนา / ศีลภาวนา / จิตภาวนา / ปัญญาภาวนา
  • สมาธิ 3 : ขณิกสมาธิ / อุปจารสมาธิ / อัปปนาสมาธิ
  • นิมิต (เครื่องหมายอันเป็นที่ตั้งของใจ) 3 : บริกรรมนิมิต / อุคหนิมิต / ปฎิภาคนิมิต
    ZZZZzzzZZz
หลวงปู่ไม่สนับสนุนพวกที่พากันไปเดินขบวนเพื่อเรียกร้องให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ ท่านว่า การจะนับถือศาสนาอะไรอยู่ที่ความศรัทธา ไม่ใช่อยู่ที่รัฐธรรมนูญ
 
เด้งห้า
 
ไม่ว่าหลวงปู่พุทธะอิสระจะไปเทศน์ที่ใด ซุ้มหนังสือของท่าน และซุ้มนิตยสาร ธรรมลีลา ต้องตามมาด้วย เราเลยสบโอกาส เอาจดหมายแจ้งการต่ออายุสมาชิกนิตยสาร มาต่ออายุที่นี่ซะเลย ไม่ต้องไปหาที่โอนเงิน หรือไปไปรษณีย์ สั่งจ่ายธนาณัติให้ยุ่งยาก การต่อคราวนี้ ตั้งใจจะถวายนิตยสารให้หลวงพี่อ๊อด (หลวงพี่พี่ชายติ๊ก) ตามที่เคยได้ลั่นวาจาไว้กับท่าน (แบบว่า กลัวเสียสัจจะ) เลยเปลี่ยนสถานะเป็น สมาชิกอุปถัมภ์ 1 ปี ดีใจจังได้ทำตามสัญญาซะที ออ พี่คนที่เค้ารับเรื่อง ก็ใจดีแท้ แจกหนังสือ "ธรรมนูญชีวิต" ของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) ให้หนึ่งเล่มเป็นการขอบคุณด้วย
จบงาน เดินออกมา แม้จะมึนๆ จากการสัปหงกและอากาศที่อบอ้าว แต่ตัวเหมือนติดสปริง เพราะได้มาหลายเด้ง หลายบุญ ครั้งหน้า อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน คิดว่า คงไม่พลาดมาคว้าบุญอีกตามเคย
กันยา ณ เดือนเก้า
28/05/07