อาหารกาย ที่มีผลต่อใจ
 
 
*************************
 
ช่วงนี้เป็นช่วงงานรับปริญญาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แม้จะจบปริญญาตรีจากที่นี่มาได้เกือบสองทศวรรษ แต่ความทรงจำและความประทับใจของผู้มีพระคุณ ยังคงตราตรึงใจเราไม่จางจวบจนทุกวันนี้
บัณฑิตหลายคน เรียนจบกันมาได้ ด้วยแรงผลักหลายอย่าง ต่างกันไป
เราก็เช่นกัน กว่าจะจบได้ ก็เล่นเอาหืดจับ เพราะวิชาเอกภาษาอังกฤษที่เรียน ไม่ใช่ snakeๆ fishๆ bananaๆ หรือ pork in the pot
แล้วไอ้รุ่นที่เราเข้า ก็ดันเป็นรุ่นแรก รุ่นบุกเบิก (Pioneer) ที่ต้องไปเรียนที่ศูนย์รังสิตซะด้วย นับเป็นรุ่น extremely ทนทายาดของ มธ. หุหุ
วิถีการใช้ชีวิตหนึ่งปีในการไปเรียนที่นั่น ค่อนข้างทรหด
ต้องตื่นแต่ตีสี่กว่า ออกจากบ้านตีห้าหน่อยๆ เพื่อเดินไปข้ามเรือท่าน้ำคลองสาน ข้ามฝั่งไปสี่พระยา แล้วเดินเท้าต่อไปสถานีรถไฟหัวลำโพง เพื่อขึ้นรถไฟให้ทันไปสถานีเชียงราก แล้วต่อรถสองแถวเพื่อเข้าไปมหา’ลัยอีกทอด เรียกได้ว่าใช้บริการขนส่งมวลชนเกือบทุกรูปแบบ ยังขาดก็แต่เครื่องบิน 555
เรื่องหาอาหารเช้าให้ลูก จึงเป็นเรื่องลำบากสำหรับแม่ แต่พ่อ…ปิ๊ง มีทางออกที่จะไม่ให้ลูกต้องเป็นลมล้มพับคารางรถไฟก่อนจะโดนรถไฟทับ เอ๊ยไม่ใช่ก่อนเข้าเรียน
ทุกคืนก่อนเข้านอน พ่อจะต้องกิน ข้าวต้ม เป็นกิจวัตร พอเห็นว่าลูกต้องไปเรียนแต่เช้า เลยต้มข้าวเผื่อขึ้นมาอีกนิดนึง แล้วตักใส่ภาชนะเก็บความร้อนไว้ให้กินพรุ่งนี้เช้า ตอนไก่ยังงัวเงีย ส่วนเรื่องกับ ก็เอาเท่าที่มีอยู่ ส่วนใหญ่ก็หมูหยองเป็นหลัก
ข้าวต้มยังส่งควันหอมฉุยได้อยู่ แม้จะถูกเก็บไว้นานข้ามคืน
ทุกวันนี้ เห็นภาชนะใบนั้น(ยังใช้งานได้ดีอยู่)ทีไร ก็อดนึกถึงบุญคุณข้าวต้มฝีมือพ่อไม่ได้ทุกที ส่วนหนึ่งที่จบมาได้ เพราะแรงผลักข้าวต้มโดยแท้
 
 
หลังจบปริญญาตรีมาได้ทศวรรษหนึ่ง ในวัยที่ไม่คิดไม่ฝันว่า ยังไม่แก่เกินแกง เอ๊ย เกินเรียน(อีกหรือนี่)
 
จับพลัดจับพลู ไปสอบติดปริญญาโททางด้าน IT ได้ไงไม่รู้ เอาวะ ไหนๆ ก็ฟลุคติดแล้ว ลองเรียนดูสักตั้ง(สองปี)เป็นไรไป
 
โอ้ว ไม่ใช่ pork in the pot อีกตามเคยเลยนะเนี่ย ไหนต้องมาเจอวิชาเกี่ยวกับตัวเลข ที่เป็นคู่อริมาแต่อนุบาล ไหนจะเขียนโปรแกรม ที่เขียนเป็นกะเค้าซะที่ไหน และ ฯลฯ ที่เพิ่งเคยเจอตอนมาเรียนนี่แหละ
ก็เล่นเอาสมองเพลีย (ในการลัดเลาะหาทางเอาตัวรอด ก๊ากๆๆ) ถึงส่วนนั้นจะเพลีย แต่ท้องมักจะอิ่มเสมอ
เนื่องจากเรียนภาคค่ำ ต้องเข้าเรียนตอนสี่โมงเย็น ทำให้กินข้าวเย็นตรงตามเวลาไม่ได้ ก็มีสามทางเลือกคือ กินก่อนเรียน กินหลังเรียน และไม่ต้องกินเลย
ทางเลือกหลังนี่คงไม่ไหว เพราะกองทัพต้องเดินด้วยท้อง ดังนั้น ทางเลือกแรกจึงดีที่สุด
เมนูด่วน ยิ่งกว่า fast food ที่แม่ถนัดสุดคือ ข้าวผัด ประมาณว่า มีวัตถุดิบอะไรอยู่ในตู้เย็น ก็จับโยนลงกะทะ แล้วก็ผัดๆๆๆๆ หรูหน่อย ก็ใส่ไข่ให้ และมีแตงกวา พริกน้ำปลา แถมเป็นเครื่องเคียง
แม่จะผัดข้าวให้กินเสมอ จนช่วงปลายภาคสุดท้าย ที่เราต้องออกมาทำงานนอกบ้านนั่นแหละ ถึงอดอิ่มท้องด้วยเมนูพิเศษสุดของแม่ ต้องไปหากินเอาที่มหา’ลัย
แต่เราก็ได้กลับมากินข้าวผัดฝีมือแม่อีกครั้ง…เป็นครั้งสุดท้ายที่อร่อยเด็ด และพิเศษสุดในชีวิตนักศึกษาปริญญาโท ในวันที่เราเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร ได้เป็นมหาบัณฑิต…นั่นเอง
 
 

 
กันยา ณ เดือนเก้า
04/09/07