หลังจากรู้สึกอับอายกับเสียงอู้อี้ของตัวเองที่อัดให้คนตาบอดฟัง ณ บีทูเอส ไปเมื่อครั้งนั้นแล้ว
 
 
*************************
 
เราก็ไม่คิดว่า จะมีโอกาสได้ทำบุญกับคนตาบอดในรูปแบบอื่นอีก จนเมื่อพี่สาวชวนให้ไปเป็นอาสาสมัคร เข้ารับการอบรม หลักสูตรการพิมพ์เพื่อจัดทำเอกสารเบรลล์ ที่ โรงเรียนสอนคนตาบอด ก็รับปากไปโดยที่ยังไม่รู้รายละเอียดอะไรมาก่อนเลย นอกจากเท่าที่พี่สาว ผู้ไปอบรมหลักสูตรอื่นมาก่อนหน้าบอกเล่าเก้าสิบให้ฟัง
 
หลักสูตรดังกล่าว จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา โดยจัดพร้อมกับ หลักสูตรนำทางคนตาบอด
 
เรากับพี่สาวไปถึงโรงเรียนสอนคนตาบอด ก่อนเวลานัด (9 โมงเช้า) ตั้งเกือบชั่วโมง เพราะน้องสาวขับรถมาส่งให้ (สบายไป) เค้ามีอาหารว่างไว้บริการด้วย เช้าๆ คนมากันยังไม่มาก พอใกล้เวลา ไม่รู้มาจากไหนกัน…ตรึม ส่วนใหญ่จะเป็นนักศึกษาจากจุฬาฯ ที่ต้องมาทำกิจกรรมในหลักสูตรของมหาวิทยาลัย
 
พอได้เวลา ก็ไปนั่งล้อมวงกันเป็นกลุ่มใหญ่เพื่อแนะนำตัว โดยมี อ.อรอนงค์ สงค์เจริญ จากวิทยาลัยราชสุดา มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นพิธีกร และผู้บรรยายเกี่ยวกับเรื่องจิตวิทยากับความพิการ
 
อ.ให้แต่ละคนบอกชื่อ งานที่ทำ สาเหตุที่มา และดอกไม้ที่คิดว่าเป็นตัวแทนของตัวเอง (ไปๆ มาๆ กลายเป็นดอกไม้ที่ตัวเองชอบเกือบซะทุกราย)
 
เอาอีกแล้วตรู อาทิตย์ก่อนก็เจอ อ.วรภัทร์ไปที มานี่เจออีกแระ แถมกลุ่มใหญ่ซะด้วย ใจเต้นระส่ำระสาย แต่ก็พยายามดูใจตัวเองไปด้วย เอ้อ ดูสิ พอมีอะไรมากระตุ้นหน่อย ก็เอาแล้ว จิตเกิด
 
ตอนจะถึงเรา ใจเต้นรัวเชียว แต่ก็แปลกที่ พอลุกขึ้นยืนพูดแล้ว ควบคุมตัวเองได้ กลับไม่ประหม่า
 
มีน้องอยู่สองคนที่ตอบได้ฮามาก คนแรกเป็นผู้หญิง เปรียบตัวเองเป็นดอกบัวคู่ เพราะนอกจากจะได้บูชาพระแล้ว ยังทำให้ฟันสะอาดด้วย ส่วนอีกคน เป็นน้องผู้ชายบอกว่า ผมอยากเป็นดอกฟ้าครับ หลายคนทำหน้างงงวย (เป็นไงฟระ) แล้วก็กลายเป็นขำกลิ้ง เมื่อได้ฟังว่า เพราะหลงรักหมา (จริงๆ ผู้ชายไม่น่าจะเป็นดอกฟ้านะ)
 
หลังจากอ.อรอนงค์บรรยายจบช่วงเช้า และพักทานอาหารกลางวัน (ถาดหลุม) แล้ว ก็แยกย้ายกันไปตามหลักสูตรใครหลักสูตรมัน
 
สำหรับ หลักสูตรการพิมพ์เพื่อจัดทำเอกสารเบรลล์ เข้าอบรมต่อที่ห้องคอมพิวเตอร์
 
ช่วงบ่ายเป็นหน้าที่ของ อ.รักศักดิ์ ชัยรัญจวนสกุล ซึ่งเป็นครูพิเศษประจำฝ่ายคอมพิวเตอร์ที่โรงเรียนนี้ ดูเผินๆ จะไม่รู้ว่าอ.ตามองไม่เห็นทั้งสองข้าง เพราะกิริยาท่าทาง เนียนเหมือนคนปกติมาก แถมเก่งคอมพ์อีกต่างหาก ทั้งๆ ที่มองไม่เห็น แต่อาศัยประสาทสัมผัสทางโสตเอา เราทึ่งอ.มาก เมื่อวันอาทิตย์ ตอนที่อ.มาแก้คอมพ์ให้กับผู้เข้าอบรมคนหนึ่งที่เครื่องมีปัญหา คิดดูขนาดอย่างพวกเราๆ ตาดีๆ ยังแก้กันหัวยุ่ง แต่อ.แก้ได้หน้าตาเฉย(จริงๆ)
 
อ.รักศักดิ์ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับกำเนิดอักษรเบรลล์ หลักการดูตัวอักษร (โอ้ว ที่แท้เค้าก็มีเทคนิคช่วยจำด้วยนิ)
 
 
อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิตอักษร ทั้งเครื่องที่หน้าตาคล้ายพิมพ์ดีด แต่มีเพียง 7 คีย์ เรียกว่า Perkin Brailler และอุปกรณ์ในการ "เขียน" ที่เรียกว่า Slate กับ Stylus ซึ่งอ.ให้พวกเราได้ลองใช้กันด้วย โดยมีโจทย์ให้
 

 
วิธีการ "เขียน" คือ เอาแผ่นพลาสติก (หรือวัตถุอื่น เช่น เหล็ก) เป็นช่องๆ รูๆ ที่เรียกว่า Slate มาหนีบเข้ากับกระดาษ แล้วเอาสิ่งที่คนตาบอดเรียกว่า "ดินสอ" มีหัวคล้ายตะปู แต่ทู่กว่าเอามาจิ้มให้ได้รหัสอักษร (มี 6 จุด หรือ cell) ซึ่งการเขียนนี้ ต้องเขียนกลับข้าง เพราะปุ่มนูนที่ปรากฎเป็นอักษรเบรลล์จะไปโผล่ด้านตรงข้าม
 

 
 
อะนะ ก็จิ้มกันสนุก(เจ็บ)มือไปเลย น่าเสียดายที่พี่สาว มีนัดต้องไปสอนพิเศษ เลยอดสนุกด้วย
 
ทางโรงเรียนเปิดโอกาสให้ยืมอุปกรณ์ในการเขียนนี้ได้ (ถ้าซื้อชุดละ 70 บาท) เราเลยไม่ลังเลที่จะลงชื่อขอยืมก่อนกลับบ้าน ไปให้ชาว(ที่)บ้านได้ดู และคนที่ได้เพลิดเพลินกับการจิ้ม(มั่วๆ) มากที่สุด ก็คือ อุ่นอุ๊น นั่นเอง
 
 
สร้างไฟล์อักษรเบรลล์
วันที่สองของการอบรม พี่สาวไม่สามารถมาได้ เราเลยต้องนั่งรถเมล์สาย 8 ฉายเดี่ยวมาเอง วันนี้ไม่ค่อยรู้สึกเป็นคนแปลกหน้าเท่าเมื่อวาน เพราะเริ่มคุ้นเคยกันดี เรามาเร็วหน่อย ด้วยเกรงว่า จะไม่ได้ใช้เครื่องคอมพ์ เพราะไม่มีโน้ตบุ๊คเป็นของตัวเองให้หิ้วมา
 
ที่ห้องคอมพ์ ยังไม่มีผู้เข้าอบรมมากัน จะมีก็แต่เจ้าหน้าที่กำลังตรวจเช็คความเรียบร้อยของคอมพ์แต่ละเครื่อง เราก็ได้โอกาสเลือกอะดิ เอาตัวที่หันหน้าเข้าหาผนังนี่แหละ เผื่อแอบทำไรจะได้ไม่มีใครเห็น (ชั่วร้าย 555)
 
9 โมงกว่าแล้ว คนเริ่มทยอยกันมา น้องปูที่ได้รู้จักกันเมื่อวานเดินเข้าห้องมา ทำหน้าเหรอหร่า เราเลยกวักมือเรียกให้มานั่งด้วยกัน เพราะเครื่องไม่พอต่อคนแล้ว
วันนี้เป็นหน้าที่ของ อ.เมธี ตาดีใส่แว่นไม่บอด มาสอนวิธีการใช้โปรแกรมในการแปลงเอกสารให้เป็นไฟล์เบรลล์ ซึ่งไม่มีอะไรยุ่งยากอย่างที่คิดไว้เลย แต่อาจจะต้องใช้โปรแกรมหลายตัวหน่อยเท่านั้นเอง (กำลังต้องการนัก R(esearch) & D(evelop) มาทำให้ใช้งานง่ายขึ้น)
 
  • เริ่มแรกให้หาข้อมูลที่น่าสนใจ อ.บอกว่า หนังสือที่มีมากๆๆๆๆๆ จนเกินความจำเป็นแล้ว คือ นิทาน และนิยาย ส่วนหนังสือที่คนตาบอดชอบอ่านกันม๊ากมาก คือ เรื่องผีๆ อันนี้อ.แกไม่สนับสนุน หนังสือที่ต้องการจริงๆ คือ เสริมวิชาการ และเกร็ดความรู้
  • ก๊อปปี้มาใส่ใน MS Word > Save As > .txt
  • เปิด Notepad เพื่อเช็คความถูกต้องในการเว้นวรรค และขึ้นบรรทัดใหม่
  • เปิดโปรแกรม TBT (Thai Braille Translator) เพื่อแปลงให้เป็นไฟล์ .tbt จากนั้น rename ไฟล์ให้เป็นไฟล์เบรลล์ (.brf)
  • เปิดโปรแกรม RSBrailler (Radchasuda Braille) เพื่อตรวจสอบความถูกต้องในรูปของอักษรเบรลล์
หน้าที่ของอาสาสมัคร คือ หาข้อมูลที่น่าสนใจ แล้วทำการแปลงข้อมูลนั้นให้อยู่ในรูปของไฟล์เบรลล์ เพื่อนำไปจัดพิมพ์เป็นหนังสืออักษรเบรลล์ต่อไป (โดยส่งเมล์ไฟล์ .txt และ .brf ให้กับอ.)
หลังพักทานกลางวัน (สุดยอดก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่หมู) เข้าสู่ภาคบ่าย อ.เมธี ได้บอกวิธีดาวน์โหลด+ติดตั้งโปรแกรม และให้ผู้เข้าอบรมได้ฝึกมือ โดยการทำแบบฝึกหัดแปลงเป็นไฟล์เบรลล์ แล้วเก็บไว้ในโฟลเดอร์ที่ตั้งเป็นชื่อตัวเอง
ผู้เข้าอบรมหลายคน ทำกันเพลิน จนไม่สนใจเวลาพักเบรค (โดยเฉพาะน้องเปิ้ลกับเพื่อน ที่นั่งข้างเรา น้องแกเล่นทำนิทานเวตาลตั้ง 25 เรื่อง) ช่วงนี้ อ.เรณู เดือนดาว หัวหน้าฝ่ายอาสาสมัคร ได้เชิญผู้เข้าอบรมทั้งสองหลักสูตร มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วย
รายการสุดท้าย เป็นหน้าที่ของอ.ผู้หญิงอีกคน (ขอโทษนะคะ จำชื่อไม่ได้) มาแนะนำโปรแกรมในการแปลงอีกตัวที่มีชื่อว่า TBTW อันนี้ก็จะคล้ายตัว TBT ธรรมดา แต่ต่างกันตรงที่ TBT ใช้งานบน Dos ส่วน TBTW ใช้งานบนวินโดว์ ซึ่งก็เป็นอีกตัวที่รอการพัฒนาต่อไป เพราะยังมี bug ให้เห็นเยอะ
ก่อนปิดการอบรมอ.เมธีได้แจกตารางลงเวลาการปฏิบัติงานของอาสาสมัครให้ ถ้าใครทำยอดได้ถึง 60 ชั่วโมงแล้ว ให้นำใบนี้ มาขอรับใบประกาศนียบัตรเพื่อเป็นที่ระลึกในการทำความดีได้
 
งานนี้ นอกจากจะได้ความรู้เพิ่มเติมขึ้นมามากมายเกี่ยวกับโลกของคนตาบอดแล้ว เรายังได้เพื่อนใหม่ และได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ต่อสังคมและชาติ (เหตุผลยอดฮิตตอนแนะนำตัว 555) ออ เกือบลืม…และได้ทำบุญบริจาคเงินให้กับมูลนิธิคนตาบอดด้วยจ้า
 

 

สนใจเข้ารับการอบรมเป็นอาสาสมัคร ดูรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ อาสาสมัครเพื่อคนตาบอด http://www.vfblind.org
 
 
 
กันยา ณ เดือนเก้า
07/05/08