เข้ามาอัพบล็อกด้วยความเสียดาย ถ้าไม่ได้บันทึกไว้กับสิ่งที่ได้รับฟังมากจากครูบาอาจารย์ที่ ณ ขณะนี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักในหมู่ผู้ฝักใฝ่ธรรม
นั่นคือ พระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช แห่งศูนย์ปฏิบัติธรรม “สวนสันติธรรม” อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
 
***************************************************
 
ท่านได้เทศน์เรื่องตามหัวข้อที่จั่วไว้ เมื่อวันอังคารที่ 3 มีนาคม 2552 ราวบ่ายสองโมง ณ หอประชุมเล็ก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีใจความหลักๆ ว่า
 
  • ความทุกข์อยู่ที่ กายและใจ หรือคือ ตัวเรา นั่นเอง
  • ทำอย่างไรให้อยู่กับ กายและใจ หรือ "เรา" โดยไม่ทุกข์? / ทำอย่างไรไม่ให้ยึดถือ กายและใจ?
  • กายและใจ โดยตัวมันเอง เป็นของหนัก ถ้าจิตไม่ไปถือ มันก็เบา
  • ทุกข์เป็นสิ่งที่ควรรู้ (รอบ)
  • การเห็นกายใจตามความเป็นจริง (วิปัสสนา) คือ การรู้ทุกข์
  • รู้เพื่อให้เห็นความจริงของกายใจ โดยการไม่ใจลอย เมื่อใดที่ลืมตัวเอง เราจะไม่รู้กายและใจ จะรู้แต่เรื่องที่คิด (ดังคำที่หลวงปู่ดุลย์ว่าไว้ "คิดเท่าไหร่ก็ไม่รู้ หยุดคิดจึงจะรู้")
  • ความรู้สึกตัว เป็นการตั้งต้นของการปฏิบัติธรรม
  • หมั่นรู้สึกตัวบ่อยๆ ศัตรูของมันคือ การใจลอยหรือเหม่อ เผลอ เพลิน
  • วิธีรู้กายใจตามความเป็นจริง 1.รู้กายและใจให้ได้ก่อน อย่าใจลอย 2.ถ้าใจลอยแล้วให้รู้
  • หัดรู้ทันจิต
  • ความคิดปิดบังความจริง
  • ถ้ารู้ว่าจิตคิด จะได้ต้นทางของการปฏิบัติ
  • จิตหลงคิดปั๊บ ถ้ารู้ทันบ่อยๆ สติจะเกิด
  • ถ้าเรารู้สึกตัว จิตจะหลุดจากเรื่องของความคิด
  • พอหลุดแล้ว ดูกายดูใจมันทำงาน
  • ใจที่ตื่นแล้ว จะเป็นเพียงแค่คนดู
  • การเห็นกายและใจทำงานไปเรื่อยๆ คือ การรู้ตามความเป็นจริง
  • กายและใจเคลื่อนไหวตลอดเวลา มันไม่เที่ยง
  • วิปัสสนาไม่ใช่การบังคับตัวเอง แต่เป็นการรู้กายและใจ ตามความเป็นจริง
  • หัดรู้ความเปลี่ยนแปลงทางใจ รู้ใจ รู้ทันตัวเอง จะรู้ว่า ใจของเราเปลี่ยนตลอดเวลา
  • เมื่อรู้กายและใจตามความเป็นจริงบ่อยๆ จิตจะรวมเข้าเป็นอัปนาสมาธิ
  • เมื่อเกิดอริยมรรค จะเห็นนิพพาน
  • พอใจปล่อยวางแล้ว ความทุกข์ไม่มี
  • ที่เรายึดถือสิ่งอื่น เพราะเราไม่ยึดถือกายและใจของเราก่อน
  • เมื่อเราฝึกแล้ว จะอยู่ด้วยตัวเองได้
  • คนบนโลกไม่รู้จักเมตตา รู้จักแต่ราคะ
  • นิพพาน มีอิสรภาพ
  • นิพพาน ไม่ใช่ความว่าง
  • เมื่อรู้ทุกข์ ก็จะละสมุทัยเมื่อนั้น
  • ทันทีที่สมุทัยไม่มี นิพพาน(วิสังขาร)อยู่ต่อหน้าต่อตา
  • วิราคะ – ไม่ยึดติดอะไร มีความสุขล้วนๆ
  • วิมุติ – หลุดจากความยึดถือกายและใจ
  • การรู้มี 2 สเต๊ป > รู้สภาวะที่เกิดขึ้น > รู้ทันจิต
  • ต้องรู้ทุกอย่างด้วยความเป็นกลาง
  • บางอย่างรู้แล้วไม่ต้องดับ
  • โมหะ ทำให้เราไม่รู้สภาวะตามความเป็นจริง
  • รู้เท่าที่รู้ได้ ไม่ใช่ฝึกรู้เพื่อหยุด
  • รู้ลงที่ปัจจุบัน
  • ทุกก้าวที่เดินด้วยความรู้สึกตัว คือ การมีสติ
  • ความตั้งใจ(ปฏิบัติ) คือ โลภะ
  • การอยากรู้ตลอดเวลา คือ การเพ่ง
  • กรรมฐาน 4 รูปแบบ > หลง / เพ่ง (สมถะ) / รู้กาย (วิปัสสนา) / รู้จิต (วิปัสสนา)
 
ติดตามรับฟังธรรมเทศนาในครั้งนี้ของท่านได้ที่ เว็บศิษย์เก่าสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังวันที่ 12 มีนาคม เป็นต้นไป
 
กันยา ณ เดือนเก้า
07/03/09