การเตรียมตัวตายอย่างสงบ เพื่อวาระสุดท้ายอันงดงาม

เสาร์ที่ 21 สิงหาคม 2553 ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จัดโดย มูลนิธิพันดารา ร่วมกับ ศูนย์จริยธรรมทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 *********************************

 

“ทรรศนะเกี่ยวกับความตายในปรัชญา ประเด็นทางจริยธรรมกับสังคม” 

 รศ. ดร. โสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์   (คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

  • คนปัจจุบัน มักกีดกันเรื่องความตายโดยตรง ออกจากจิตวิญญาณ (ไม่มีโอกาสได้เห็นขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงของศพ เช่น ขึ้นอืด น้ำเหลือง น้ำหนองไหล ฯลฯ เพราะเก็บศพไว้ในโลง)
  • Euthanasia : การุณยฆาต การทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้ที่ถึงแก่ความตายนั้น พ้นจากความทุกข์ทรมาน
  • Euthanasia : Active / Passive / Voluntary / Involuntary
  • Physician Assisted Suicide เป็นการฆาตกรรมหรือไม่ ?
  • Voluntary Euthanasia เป็นการฆ่าตัวตายหรือไม่ ?
  • พรบ. สุขภาพ มาตรา 12 : “บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้ การดำเนินการตามหนังสือแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพด้านสาธารณสุขได้ปฏิบัติตามเจตนาของบุคคลตามวรรคหนึ่งแล้ว มิให้ถือว่าการกระทำนั้นเป็นความผิดและให้พ้นจากความรับผิดทั้งปวง” (อ่านความคืบหน้าของพรบ.มาตรานี้ได้ที่นี่ http://www.thailivingwill.in.th/index.php?mo=3&art=438022)
  • การตาย “ยืด” ได้จริงหรือ ?

  

 “ข้อคิดเกี่ยวกับชีวิตและความตาย”

  • อะไร คือ เกณฑ์ตัดสินการตาย ?
  • การุณยฆาต เป็นบทบาทหน้าที่ของแพทย์ ?
  • ความหมายของ “ชีวิต” อยู่ที่ไหน ?
  • ความหมายของ “ความตาย” อยู่ที่ไหน ?
  • “ดูก่อนโมฆราช ท่านจงมีสติพิจารณาดูโลกโดยเป็นของว่างเปล่า ถอนความเห็นว่าตัวของเราเสียทุกเมื่อเถิด ท่านจะข้ามล่วงมัจจุราชเสียได้ด้วยอุบายนี้ ท่านพิจารณาเห็นโลกอย่างนี้แล้ว มัจจุราชคือความตายจักไม่แลเห็น”

 

“ตายอย่างพุทธ” 

อ. สมฤทธิ์ ลือชัย (พิธีกรรายการธรรมในใจและอาจารย์พิเศษ สาขาวิชาเอเชียอาคเนย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์)

  • ตายอย่างพุทธะ คือ ตายอย่างพระพุทธเจ้า
  • ต้องรู้จักตั้งจุดศูนย์ถ่วงของชีวิตให้ได้
  • เราเตรียมตัวสำหรับการเกิดได้ แต่ทำเราไม่สามารถเตรียมตัวตายได้ล่ะ
  • ขะยะวะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ – “สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลาย จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม”
  • หลักอาศรม 4 ตามศาสนาพราหมณ์ : อาศรม 1 – ปฐมวัย / อาศรม 2 – มัชณิมวัย / อาศรม 3 – ปัจฉิมวัย / อาศรม 4 – สันยัสตาศรม
  • The Joy of Living and Dying in Peace: Core Teachings of Tibetan Buddhism – หนังสือของ ท่านดาไล ลามะ ที่ควรอ่านอย่างยิ่ง
  • เราเกิดมาพร้อมกับมีความตายกำกับ
  • สังเวช คือ การตีความให้เป็นธรรมะ แล้วสอนใจตัวเอง
  • ความตาย คือ การไปตัวคนเดียว การปลีกวิเวก เป็นการฝึกไปตัวคนเดียว
  • อยู่คนเดียว สิ่งที่น่ากลัวคือ จิตใจตัวเอง (ปรุงแต่งเยอะ)
  • เราควรกำหนดโปรแกรมการตายให้ตัวเอง (สองแบบ คือ ตายกระทันหัน กับ ตายตามกาล)
  • โปรแกรมการตาย(ตามกาล)คร่าวๆ ของอ.สมฤทธิ์ คือ 1.สถานที่ – ไม่เอาที่โรงพยาบาล 2.กาย – เรียบง่าย ไม่มีสายระโยงระยาง 3.ใจ – เจริญสมาธิ นึกถึงพระศรีมหาโพธิ์ และแท่นวัชรอาสน์
  • การเตรียมตัวตาย ก็คือ การเตรียมตัวเกิดนั่นเอง
  • เกิดอย่างไร้เดียงสา ตายอย่างรู้เดียงสา
  • เกิดอย่างอวิชชา ตายอย่างมีปัญญา

 

“เผชิญความตายอย่างสว่าง”

นพ. พรเลิศ ฉัตรแก้ว (คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) และคุณวรรณา จารุสมบูรณ์ (เครือข่ายพุทธิกา)

  • ความสว่าง คือ การเติบโตของจิตวิญญาณ
  • Human lives = Stories
  • ทางตะวันตก เน้นการดูแลแบบองค์รวม โดยทีมสหวิชาชีพ
  • ส่วนในทางพุทธศาสตร์ จะยอมรับความจริงของชีวิต (ไตรลักษณ์) / หัดตายไปจากทุสรรพสิ่ง / ปล่อยวาง ละความยึดมั่นถือมั่น
  • Euthanasia = Good Death ?
  • การตายดี (Dying with peace and dignity) – Peace within (ผู้ป่วยสุขสบาย) / Peace between (ครอบครัวสุขสบาย) / Peace Among (ผู้ดูแลสุขสบาย) Dignity (เคารพในความเป็นมนุษย์)
  • ความสว่าง ในฐานะผู้ป่วย คือ ยอมรับที่จะตาย ไม่อาลัยกับสังขารร่างกาย ในฐานะผู้ดูแล คือ ยอมรับการพลักพราก
  • อย่างหนึ่งที่เป็นอุปสรรคของการตายดี คือ ณ ขณะที่จะตาย จะทำจิตอย่างไรดี (เป็นกิเลส)
  • ตายดี คือ ตายอย่างไม่เอาอะไรเลย แม้แต่นิพพาน
  • การตายอย่างตกกระได พลอยกระโจน ของ ท่านพุทธทาส ถือว่า เป็นนาทีทอง
  • มีแต่ความปวด แต่ไม่มีผู้ปวด
  • อย่ายึดมั่นถือมั่นว่า จะเกิดไปเป็นอะไร
  • วัชรยาน มีการทำโพวะ และทองเลน ส่วนเถรวาท ใช้การให้ความเมตตา (แผ่เมตตา)

 

“ชีวิต ความตาย และการุณยฆาต”

รศ. พญ. ศรีเวียง ไพโรจน์กุล (คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น)

  • ภาวะสมองตาย – Deep Coma / ใส่เครื่องช่วยหายใจ / สมองเสียหายถาวร ทั้งนี้ ต้องได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์เจ้าของไข้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางสมอง และตัวแทนฝ่ายบริหารของโรงพยาบาล
  • Hospice : โรงพยาบาลเล็กๆ ที่รับเฉพาะผู้ป่วยระยะสุดท้าย
  • การตายดี (หลักการ) คือ ตายอย่างมีสติ / ควบคุมสิ่งต่างๆ ได้ / ตายอย่างมีศักดิ์ศรี / ควบคุมอาการโรคได้ / เลือกสถานที่ตายได้ / ควบคุมได้ว่า จะให้ใครมาอยู่ด้วย / ฯลฯ
  • ความเชื่อในการปฏิเสธการรักษาของศาสนา Christ – พระเจ้าเท่านั้นที่รักษาได้ / Jehoval’s Witness – ปฏิเสธการรับเลือด / Muslim – ไม่รับเวชภัณฑ์ที่ได้จากหมู
  • Advance Directives – จดหมายแสดงเจตจำนงที่จะรับสาธารณสุข ที่เป็นไปเพื่อยืดชีวิตของผู้ป่วย
  • ในไทยไม่มี Active Euthanasia แต่มี Passive Euthanasia
  • Child Euthanasia – Groningen Protocal by Dr.Eduard Verhagen มีเฉพาะที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ไม่ทำกับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี

 

“การุณยฆาตในมุมมองของพระพุทธศาสนา”

รศ. ดร. พระศรีคัมภีรญาณ (รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย) 

  • Passive Euthanasia ในทางพุทธไม่จัดว่าเป็นการุณยฆาต แต่ Active Euthanasia เป็น
  • พระวินัยบางข้อของสงฆ์ เป็นอาบัติแต่ไม่บาป (ปัณณัตติวัชชะ) เช่น ขุดดิน ตัดต้นไม้ ฉันอาหารในยามวิกาล
  • ส่วน โลกวัชชะ ทั้งอาบัติ ผิดศีล และบาป เช่น ฆ่าสัตว์ พูดเท็จ ลักทรัพย์
  • ศีล 8 ข้อ 1-5 บาป ข้อ 6-8 ไม่บาป
  • ก่อนศีลขาด ศีลจะด่างพร้อยและทะลุ
  • ชีวิตสมสีสีพระอรหันต์ คือ การได้บรรลุพระอรหันต์ในขณะที่กำลังฆ่าตัวตาย

 

“บาร์โด : ชีวิตหลังตาย”

รศ. ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ (มูลนิธิพันดารา)

  • บาร์โด – สภาวะที่เราอยู่ตั้งแต่เกิดจนตาย
  • ช่วงเวลาแห่งการตาย คือ ช่วงเวลาแห่งการบรรลุ
  • Great Liberation – คัมภีร์แห่งการหลุดพ้นอันยิ่งใหญ่
  • วัชรยาน เน้นพรของครูบาอาจารย์และพระพุทธเจ้า ไม่เน้นเครื่องรางของขลัง
  • ริปป้า – จิตประภัสสร
  • ลำดับของบาร์โด บาร์โดแห่งความตาย > บาร์โดแห่งความธรรมดา (ริปป้า/กิเลสต่างๆ) > บาร์โดแห่งการก่อกำเนิด (ดวงจิตหาที่เกิด [สัมภเวสี] เป็นช่วงที่ทุกข์ทรมานมากที่สุด รู้ว่าตัวเองเป็นใคร แต่ไม่มีกาย เหมือนขนนกที่ปลิวว่อนไปตามแรงกรรม ไปได้ทุกหนทุกแห่ง)
  • ภาวะจิตที่เปลี่ยนแปลง ก็คือ บาร์โด เช่นกัน เช่น บาร์โดแห่งความฝัน
  • ที่พูดถึงกันมากๆ คือ บาร์โดหลังตาย (49 วัน)

  

“การดำรงชีวิตอยู่และการเตรียมตัวตายในพุทธวัชรยาน”

พระอาจารย์กุงกา ซังโป ริมโปเช (วัดต้าชี่กง นครลาซา และวัดเจคุนโด เมืองยูชู ทิเบตตะวันออก)

  • พระพุทธเจ้าทรงเน้นมากว่า ทุกอย่างล้วนอนิจจัง
  • ชีวิตถือกำเนิดได้ต้องประกอบด้วย 1.พ่อ 2.แม่ 3.ดวงวิญญาณ
  • จุดแรกที่ดวงวิญญาณเข้ามาถือกำเนิด คือ สะดือ
  • จิตวิญญาณที่มาถือกำเนิด มีการเปลี่ยนแปลงโดยธาตุทั้ง 5 – กำเนิดลมปราณแห่งชีวิต
  • วินาทีแรกที่ดวงจิตก่อกำเนิดจนถึงตายจาก มีการเปลี่ยนแปลง (อนิจจัง) ตลอดเวลา
  • ตัวธาตุทั้ง 5 เอง ก็มีความไม่เที่ยง
  • เมื่อธาตุน้ำสลาย – ตาแห้ง ปากแห้ง ผิวแห้ง กระหายน้ำตลอดเวลา
  • เมื่อธาตุไฟสลาย – เท้าเย็น ขาเย็น เข่าเย็น ไปจนถึงศีรษะ หนาวไปหมด
  • เมื่อธาตุลมสลาย – หายใจไม่สะดวก ปากค้าง ลมจะไปบรรจบลงตรงสะดือ ที่เดียวกับที่ดวงวิญญาณถือกำเนิด
  • อยาตนะค่อยๆ หมดไป ไม่รับรู้รูป – มองไม่เห็น ไม่รับรู้เสียง – ได้ยินไม่ชัดเจน ไม่รับรู้กลิ่น – จมูกไม่ทำงาน ไม่รับรู้ความรู้สึกต่างๆ – ไม่รู้สุข ไม่รู้ทุกข์
  • ในช่วงนั้น ดวงจิตจะแยกออกจากกาย จิตต้องไปหาที่ใหม่ที่จะไป (บาร์โด)
  • ถ้าดวงวิญญาณออกทางอวัยวะเพศ หรือ ปาก จะไปเกิดเป็นเปรต
  • ถ้าทำกุศลไว้มาก ดวงวิญญาณจะออกทางตา
  • ถ้าดวงวิญญาณออกระหว่างหัวคิ้ว จะไปเกิดเป็นเทวดา
  • ถ้าดวงวิญญาณออกทางกระหม่อม จะไปเกิดเป็นพรหม
  • อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายจึงเป็นทวารในการไปเกิด
  • ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต มีเพียง บุญกุศล เท่านั้นที่ช่วยเราได้
  • การรู้ว่าตัวเองกำลังจะตาย เป็นการดีกว่า (เพราะได้เตรียมจิต ดวงวิญญาณรู้ว่า ตัวเองคือใคร) คนที่ตายกระทันหัน (เพราะคนนั้นจะทุกข์มากในบาร์โด)
  • เลนชัก – ดวงวิญญาณญาติเราที่ตั้งใจจะช่วยเหลือเรา แต่กลับกลายเป็นทำร้าย เพราะมีหนี้กรรมกันอยู่
  • การอุทิศผลบุญที่ดีที่สุด คือ การที่เราไม่เอาตัวตน (อัตตา) เข้าไปเกี่ยวข้อง (ทำให้การอุทิศมัวหมอง)
  • หากเราเอาอวิชชาและกิเลสออกให้หมด เราจะเห็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์
  • อย่าได้มีความยึดติดผูกพันกับทุกเรื่อง แม้แต่ธรรมะ

หากมีข้อผิดพลาด หรือความหมายผิดเพี้ยนไปประการใด ข้าพเจ้าขออภัยต่อผู้บรรยายและผู้อ่านมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ (-/\-)

 

กันยา ณ เดือนเก้า

03/10/53