อาทิตย์ที่ผ่านมา มีโอกาสได้ไปฟังธรรมอีกแล้ว โย้ว
เวลาไปฟังธรรมที่ต้องมีการสำรองที่นั่ง เรามักจะสำรองไว้สองที่เสมอ เพื่อเผื่อใครก็ตาม
ที่ถูกเราหลอกล่อมาหาธรรม อิอิ

***************************************

ปลูกต้นธรรม งอกงามที่ใจ
อ.ธีรยุทธ เวชเจริญยิ่ง

ณ สาวัตถีธรรมะเธียเตอร์ ชั้น 2 อาคารบุญยง ว่องวานิช
ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

 

  • กรรมเป็นผู้ลิขิตชีวิตเราเอง
    ประตูคุก      มิดชิด          ปิดตลอด
    คนยังสอด  ลอดเข้าไป     อย่างมหันต์
    ประตูวัด      เปิดกว้าง         ไว้ทั้งวัน
    แต่คนเข้า   เพียงน้อยนิด   ลองคิดดู….? < บทกลอนจาก พระที่มาบวชจำพรรษา อยู่ที่วัดพุทธปัญญา
  • มีศรัทธา ก่อนจะมีศีล สมาธิ
  • ผู้ปฏิบัติธรรมไม่กลัวตาย แต่กลัวการเกิด
  • ทุกศาสนาสอนให้ละชั่ว ทำดี
  • ศาสนาพุทธ สอนให้ละชั่ว ทำดี และทำจิตให้ผ่องใส ผ่องแผ้วหมดจดจากกิเลส
  • ละชั่ว คือ ละทุจริตทางกาย(กายทุจริต 3-ฆ่าสัตว์ / ลักทรัพย์ / ประพฤติผิดทางกาม) วาจา(วจีทุจริต 4-พูดปด / พูดส่อเสียด / พูดคำหยาบ / พูดเพ้อเจ้อ) ใจ(มโนทุจริต 3-ละโมบ / คิดร้าย / เห็นผิด) หรือรวมเรียก อกุศลกรรมบท 10 นั่นเอง
  • ทำดี กุศลถึงพร้อม คือ เจริญในบุญกิริยาวัตถุ 10 (ให้ทาน / รักษาศีล / เจริญภาวนา / อ่อนน้อมถ่อมตน / ขวนขวายทำในกิจที่ชอบ / ให้ผู้อื่นร่วมทำบุญ / อนุโมทนาบุญ /ฟังธรรม / แสดงธรรม / ทำความเห็นให้ถูกต้อง)
  • ทำจิตใจให้ผ่องใส ผ่องแผ้วหมดจดจากกิเลส ด้วย ธรรมสองประการ ที่ต้องเจริญปัญญาอันยิ่ง คือ สมถะ และ วิปัสสนา
  • ปัญญาอันยิ่ง คือ จะต้องรู้ว่าทำอะไร / จะทำไปเพื่ออะไร / จะต้องทำอย่างไร
  • การจะเข้าสู่ความหลุดพ้น (วิมุตติ) ต้องอิงทั้ง สมถะและวิปัสสนา
  • สมถะ (คิดนึก) คือ การน้อมจิตให้รู้อารมณ์เดียวอย่างต่อเนื่อง ทำให้จิตได้รับความสงบ
  • วิปัสสนา (รู้สึก) คือ การมีสติระลึกรู้สิ่งที่ปรากฏขึ้นที่กายและใจ
  • คิดนึก ไปในเรื่องอดีต หรือ กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ทิ้งปัจจุบัน ใช้เจริญสมถะได้
  • รู้สึก อธิบายได้ยากมากในภาษา มนุษย์ไม่สามารถอธิบายสภาวธรรม แต่ฝึกได้ด้วยตัวเอง
  • ขณะใดที่มีความรู้สึก จะไร้ความคิด
  • วิปัสสนา ไม่สามารถใช้การคิด นึก วิตก วิจารณ์ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจัยได้
  • วิปัสสนา เห็นสภาวธรรมที่เกิดขึ้นในขณะนั้น แล้วเห็นเป็นไตรลักษณ์ (อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา)
  • คุณของพระพุทธเจ้าสามประการ คือ พระบริสุทธิ์คุณ พระมหากรุณาธิคุณ และพระปัญญาธิคุณ
  • จิตเป็นผู้รู้อาการเคลื่อนไหว
  • ลมหายใจเข้าออก เป็นคนละอย่างกัน
  • จิตที่รู้ลมหายใจเข้าออก ก็เป็นคนละดวงกัน
  • สมถะ ทำให้กิเลสสลบ (ดั่งก้อนหินทับหญ้า)
  • วิปัสสนา ทำให้กิเลสสยบ (ถอนรากถอนโคนหญ้า)
  • สภาวธรรม คือ สิ่งที่ปรากฏที่ใจ
  • สมมุติ หรือ บัญญัติ – ของจริงที่มีอยู่ไม่จริง เช่น คำว่า หิวข้าว มีหลายภาษา hungry โต้วขุ่ง เอาภาษาใดไปใช้กับชาติอื่นจะไม่เข้าใจ
  • ปรมัตถ์ สภาวธรรม หรือ สภาพธรรม – ของจริงที่มีอยู่จริง เช่น ความรู้สึกหิวข้าว ไม่ว่าชาติภาษาใด ก็รู้สึกเหมือนกัน
  • การเจริญสมถะ มีบัญญัติเป็นอารมณ์
  • การเจริญวิปัสสนา มีปรมัตถ์เป็นอารมณ์ (ไร้คำพูด)
  • ดังคำที่ท่านเจ้าคุณนรฯ กล่าวไว้ – ของจริงนิ่งเป็นใบ้ ของพูดได้ไม่ใช่ของจริง
  • รู้กายหรือรู้ใจนั้น จะรู้สิ่งที่โดดเด่น
  • การฝึกรู้สึกตัว ที่กาย-นิ่ง / เคลื่อนไหว ที่ใจ-พอใจ / ไม่พอใจ / เฉยๆ
  • สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งกับกายและใจ เกิดขึ้นแค่ชั่วครั้งชั่วคราว (ไตรลักษณ์)
  • การเจริญสติจะก้าวหน้าเมื่อ 1.ถูกจริต-ถูกอัธยาศัย-ถนัด-ตื่นรู้ได้ง่าย-ไม่ตึงเครียด 2.ถูกทาง-เรียนรู้คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าได้ถูกต้อง 3.มีความต่อเนื่อง
  • ดีสามระดับ ดี ดีมาก ดีที่สุด ทำทุกดีให้ถึงพร้อม จะเข้าถึงวิปัสสนากุศล
  • ศีล (ความปรกติของจิต) คือ รากฐานของธรรมะทั้งปวง และเป็นพื้นฐานแห่งความเป็นมนุษย์
  • การปฏิบัติธรรม คือ การเรียนรู้การทำงานของใจ

งานนี้นอกจากจะได้นก (ผู้เริ่มสนใจธรรมอย่างจริงจัง) มาเป็นเพื่อนฟังธรรมที่เข้าใจได้ง่ายแล้ว ยังได้รับแจกหนังสือ 5 เล่ม และซีดี+ดีวีดี 3 แผ่นจากอ.ธีรยุทธ เพื่อเสริมวัคซีนให้กับใจด้วย ขออนุโมทนา สาธุกับทุกท่านที่มีส่วนในงานบุญครั้งนี้กันถ้วนหน้าค่ะ

กันยา ณ เดือนเก้า
08/03/54

Advertisements