เฝ้ารอว่า เมื่อไหร่มูลนิธิพันดาราจะมาจัดเสวนาในสถานที่ที่ไม่ไกลมาก

แล้วโอกาสนั้นก็มาถึงกับหัวข้อที่น่าสนใจ

*********************************

กายกับใจ : วิถีธรรมชาติและจิตวิญญาณ
โดย มูลนิธิพันดารา
วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม 2554
ณ ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

 

ในพิธีเปิด มีการภาวนาส่งกระแสจิตผ่านพรของพระพุทธองค์ เพื่อเยียวยาจิตใจของผู้มีชีวิตอยู่และอุทิศบุญกุศลแด่ผู้ล่วงลับจากภัยในญี่ปุ่น ด้วยหลากหลายวิถี (มหายาน วัชรยาน เถรวาท) ผู้ที่ประสบภัยพิบัติจนเสียชีวิต ในชาติใดชาติหนึ่ง หรือในอนาคต ล้วนแล้วแต่โยงใยเป็นญาติกับเรา

กายกับใจในมุมมองของพระพุทธศาสนาเซ็นแบบจีน

โดย อ. เศรษฐพงษ์ จงสงวน (นักวิชาการอิสระด้านพุทธศาสนามหายาน)

  • หากไม่มีการศึกษาเรื่องกายและใจ ก็ไม่มีศาสนา
  • ปรัชญาปารมิตาสูตร คือ หัวใจของมหายาน เป็นการตอกย้ำแนวคิดที่ว่า สิ่งทั้งปวงและสรรพธรรมไม่มีสิ่งใดให้ยึดมั่น
  • รูปไม่เป็นอื่นใดจากความสูญ
  • ธรรมทั้งปวงมีความสูญเป็นลักษณะ
  • ในความสูญ ไม่มี เวทนา รูป ฯลฯ
  • กายเป็นของไม่บริสุทธิ์ สังขารเป็นของไม่เที่ยง ทุกสิ่งล้วนปรุงแต่ง
  • มนุษย์มีหลายร้อยพันแผน แต่สู้สวรรค์(ธรรมชาติ)ที่มีแผนเดียวไม่ได้
  • มนุษย์ใช้ความอยากเป็นตัวกำหนดชีวิต
  • การรับรู้ของกายและใจ เป็นของเกี่ยวเนื่องกัน
  • มหายานเชื่อในเรื่องของวิญญาณ 8 5 วิญญาณแรกคือ จักษุ โสต ฆาน ชิวหา และกาย (6 คือ มโน)
  • มีพระพุทธเจ้า 5 พระองค์เป็นตัวแทนของวิญญาณ 8 นี้ในทิศทั้งสี่ (องค์สุดท้ายอยู่ตรงกลาง)
  • องค์ที่ 1 พระอโมฆสิทธิพุทธะ ประทับทางทิศเหนือของพุทธมณฑล พระกายสีเขียว เป็นตัวแทนของวิญญาณที่ 1-5
  • องค์ที่ 2 พระอมิตาภะพุทธะ ประทับทางทิศตะวันตกของพุทธมณฑล พระกายสีแดง เป็นตัวแทนของวิญญาณที่ 6
  • องค์ที่ 3 พระรัตนสัมภวะพุทธะ ประทับอยู่ทางทิศใต้ของพุทธมณฑล พระกายสีเหลืองทอง เป็นตัวแทนของวิญญาณที่ 7
  • องค์ที่ 4 พระอักโษภยะพุทธะ ประทับทางทิศตะวันออกของพุทธมณฑล พระกายสีน้ำเงิน เป็นตัวแทนของวิญญาณที่ 8
  • องค์ที่ 5 พระไวโรจนะพุทธะ ประทับอยู่ตรงกลางของพุทธมณฑล พระกายสีขาวบริสุทธิ์ (แก้ว)
  • เว่ยหลาง ผู้นำแห่งนิกายเซน
  • โศลกสำหรับผู้นับถือนิกายเซน ธรรมทั้งหลายเป็นดั่ง ดวงดาว น้ำค้าง ฟองคลื่น เงา แสงประทีป ความฝัน มายา พยับแดด ฟ้าแลบ เมฆ ธรรมทั้งปวงนี้ เป็นเพียงแวบเดียว ไม่จีรังยังยืน ยึดมั่น ถือมั่นไม่ได้
  • ธงไหว หรือ ลมไหว เป็นหัวข้อถกเถียงกันของพระสองรูปในวัดที่กวางเจา เว่ยหลางผ่านมาเห็น จึงให้คำตอบไปว่า จิตของท่านทั้งสองนั่นแหละไหว ไม่มีธง ไม่มีลมที่ไหว
  • ธง = กาย ลม = อายตนะภายนอก สิ่งทั้งสองพอถูกกระทบจึงเกิดการเคลื่อนไหว
  • ตรีกาย หรือ กาย 3 ประกอบด้วย ธรรมกาย สัมโภคกาย และนิรมานกาย
  • ธรรมกาย เป็นธรรมสภาวะที่มีอยู่ในทุกคน จะต้องพัฒนาให้บริสุทธิ์ ไม่ให้กิเลสครอบงำ
  • สัมโภคกาย คือ ปัญญา ที่รู้ทุกข์ รู้การพ้นทุกข์ และนำผู้อื่นให้พ้นทุกข์ได้ด้วย
  • นิรมานกาย คือ สังขาร
  • เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้ ทรงเปล่งวาจาว่า อัศจรรย์จริงหนอ สรรพสัตว์ทั้งมวลย่อมสามารถบรรลุได้ หมายความว่า คนเราทุกคนมีพุทธภาวะ (ภาวะที่จะตรัสรู้ได้)
  • สทาปริภูตะ คือ ผู้ให้เกียรติพุทธภาวะในตัวคน จึงไหว้ทุกคนที่พบ (ไหว้พุทธภาวะในใจ)
  • การดำเนินชีวิต เมื่อรู้กายกับใจแล้ว 1.เราสามารถตั้งจิตได้ว่า สิ่งทั้งหลายที่ได้กระทำมา ข้าพเจ้าขอขมากรรมต่อบาปเหล่านั้น (เพื่อเริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อชีวิต และพัฒนาจิต) 2.ให้ตั้งโพธิจิตว่า สรรพสัตว์ทั้งหลาย เราพร้อมจะช่วยเหลือ หรือโปรดสัตว์เหล่านั้น กิเลสทั้งหลายเราจะขัดเกลา ธรรมทั้งหลายเราพร้อมจะเรียนรู้และปฏิบัติตาม
  • การกระทำแบ่งเป็นสองอย่าง คือ บุญ และ ปัญญา
  • ปารมิตา หรือ บารมี 10  ได้แก่ 1.ทานปารมิตา หรือทานบารมี 2.ศีลปารมิตา หรือศีลบารมี 3.กฺษานฺติปารมิตา  หรือขันติบารมี 4.วีรฺยปารมิตา  หรือวิริยบารมี 5.ธฺยานปารมิตา  หรือฌานบารมี 6.ปรชฺญาปารมิตา  หรือปัญญาบารมี 7.อุปายปารมิตา หรืออุบายบารมี 8.ปฺรณิธานปารมิตา หรือประณิธานบารมี 9.พลปารมิตา หรือพลบารมี 10.ชฺญานปารมิตา  หรือญาณบารมี

การดูแลเด็กป่วยระยะสุดท้าย

โดย รศ. นพ. อิศรางค์ นุชประยูร (คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมูลนิธิสายธารแห่งความหวัง)

  • มะเร็งในเด็กมีโอกาสรักษาให้หายขาดได้ เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว
  • ถ้าหากรักษาให้หายขาดไม่ได้ จะใช้วิธีที่เรียกว่า กุมารชีวันตารักษ์ (Pediatric Palliative Care)
  • กุมารชีวันตารักษ์ เป็นการดูแลรักษาโรคที่รักษายาก / เป็นการดูแลที่เพิ่มความมีชีวิตในทุกวัน / เป็นการดูแลที่ให้ผู้ดูแลกับผู้ป่วยมีส่วนร่วมในการรักษา
  • การช่วยสานฝัน(ที่มีคุณค่าต่อจิตวิญญาณ)ให้กับเด็ก ทำให้เกิดมูลนิธสายธารแห่งความหวัง (สำหรับเด็กป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย)

วิถีธรรมชาติในการบาบัดรักษาและดูแลตนเอง

โดย อ. นิดดา หงษ์วิวัฒน์ (สานักพิมพ์แสงแดด)

  • หนทางแห่งประโยชน์ มี 6 ข้อ 1 ใน 6 นั้น คือ ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
  • ภาวะจิตที่จะก่อให้เกิดอะไรก็ได้ ทำให้ถึงขั้นตายได้
  • มโนกรรม บางทีกำหนดสมองให้วุ่นวาย
  • จิตใต้สำนึก จะก่อให้เกิดการสันดาปในเซลล์ ดังนั้น วันไหนที่คิดมากจะเหนื่อย (หยุดคิดไม่ได้)
  • ร่างกายประกอบด้วย เซลล์และจุลินทรีย์
  • เซลล์ มี 10 ล้านๆ เซลล์ สื่อสารกันด้วยประจุไฟฟ้า
  • หากตื่นตระหนกเพราะจิต ทำให้ตายได้
  • บุคคลฆ่าอะไรแล้ว จึงอยู่เป็น จึงไม่โศกเศร้า (ฆ่าความโกรธ)
  • เครียดบ่อยๆ จะมีสารคอร์ติซอล (ฮอร์โมนเครียด) หลั่งออกมา
  • โกรธ ทำให้ หัวใจเต้นแรง / ความดันโลหิตสูง / ภูมิต้านทานต่ำ / เลือดข้น
  • จุลินทรีย์ มี 100 ล้านๆ ตัว หากนำมารวมกันจะได้ขนาดประมาณไตหนึ่งข้าง
  • จุลินทรีย์ แบ่งเป็น ชนิดดี และไม่ดี (อีโคลาย)
  • มะเร็ง คือ เซลล์ที่ไม่ต้องการออกซิเจน
  • ถ้าเซลล์ตายในสภาวะขาดออกซิเจน เซลล์จะเข้าสู่กระแสเลือด กลายเป็นเซลล์มะเร็ง
  • จุลินทรีย์จะอยู่ในส่วนกลางของร่างกาย เพื่อปรับสมดุลย์และช่วยย่อยอาหาร
  • การกินอาหารด้วยกิเลส ผู้ที่รับเคราะห์คือ เซลล์และจุลินทรีย์
  • เซลล์และจุลินทรีย์ชนิดดี จะชอบพวก ผัก ผลไม้
  • ส่วนเนื้อ นม ไข่ ชา กาแฟ เค้ก ความโกรธ ความเครียด จะเป็นที่โปรดปรานของเซลล์และจุลินทรีย์ชนิดไม่ดี
  • ถ้ากินอาหารที่มีพิษมากๆ จะออกมาในรูปของความเหม็น ไม่ว่าจะเป็น เต่าเหม็น ตัวเหม็น ปากเหม็น หรือ อึเหม็น
  • แนะนำให้ดื่มน้ำคั้นคลอโรฟิลด์ (ใบย่านาง)

เยียวยากายกับใจจากมุมมองของทิเบต

โดย รศ. ดร. กฤษดาวรรณ หงศ์ลดารมภ์ (มูลนิธิพันดารา)

  • จิตเป็นกษัตริย์ กายเป็นอำมาตย์ < ของทิเบต
  • ทุกอย่างจิตเป็นผู้กำหนด กายเป็นเพียงสิ่งที่เราขอยืมมา
  • แต่จิตจะเข้าถึงการหลุดพ้นไม่ได้ ถ้าไม่มีกาย จึงต้องดูแลกายซึ่งเป็นที่พักชั่วคราวให้ดีที่สุด
  • ใช้กายให้ดีที่สุดเพื่อสั่งสมบุญบารมี เพราะกายมนุษย์เป็นสิ่งที่ได้มาแสนยาก
  • แต่ละนาทีเราต้องดูแลใจให้ดี เพราะถ้าไม่ดี มีผลต่อกาย
  • ความโกรธ ทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับเลือด ธาตุไฟเสียสมดุลย์
  • ความเมตตา ทำให้หน้าตาแจ่มใส และสุขภาพแข็งแรง
  • ขณะทำสมาธิถึงความเมตตา เราให้อารมณ์ ความรู้สึกทั้งหมด ลมปราณ เส้นต่างๆ ไปอยู่ที่ความรักต่อสัตว์โลก
  • ธาตุเสียสมดุลย์ เพราะความโลภ โกรธ หลง ริษยา พยาบาท
  • ชาวทิเบตไม่ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญ ที่อยู่ๆ ก็ป่วย แต่เป็นการสั่งสมของอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ รวมทั้งกรรมที่ได้เคยทำมานับภพนับชาติไม่ถ้วน ที่ส่งผลโดยปัจจุบันทันด่วน
  • เช่นเดียวกับภัยพิบัติ เป็น Collective Negative Kama
  • กิเลสกระทบถึงลม ลมถึงอวัยวะต่างๆ กักอยู่ที่ตับ ที่หัวใจ ที่คอ เราจึงต้องดูแลจิตของเราให้ดี ไม่ให้ยึดติดอยู่กับอารมณ์ ความรู้สึกใดๆ เมื่อจิตสบาย กายก็ไม่ป่วย หรือ ถ้าป่วย ก็จะไม่มีทุกขเวทนา (ในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรมชั้นสูง)
  • การดูแลกาย ในยามปกติ > กินอาหารให้ถูกกับธาตุ / ไม่ทำงานหนักเกินไป / ปฏิบัติธรรม
  • การดูแลกาย ในยามเจ็บไข้ > หาหมอ / ยา คือ โอสถทิพย์
  • การดูแลกาย ขณะใกล้ตาย > ให้อยู่ในลักษณะที่สบาย / ไม่ใช้เครื่องช่วยต่างๆ
  • การดูแลกาย หลังจาก > ไม่เคลื่อนย้ายศพ หรือ ทำอะไรที่รุนแรงกับศพอย่างน้อย 3 วัน
  • การดูแลจิต ตั้งจิตในชีวิตประจำวัน > เบิกบาน / เมตตา กรุณา / รู้จักจิตใจของตนเอง
  • การดูแลจิต เมื่อมีปัญหา > หาพระอาจารย์ / ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ (มีผลทางจิตใจ) / สวดมนตร์ถึงพระอมิตายุส
  • วิธีในการเยียวยากายใจ > การแพทย์ / ภาวนา / ทำบุญ
  • การทำบุญ อย่าทำเพื่อตัวเอง แต่ให้แผ่แก่สัตว์โลก
  • ลูลา นาซา เมนะ เซ็มลา ตุกเงเม < ถ้ากายไม่มีโรค จิตก็ไม่มีทุกข์

กายกับใจ โดยผ่านกระบวนการไดอะล็อค

โดย อ. ปาริชาติ สุวรรณบุปผา (คณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล)

  • ไดอะล็อค > สุนทรียสนทนา / สานเสวนา / การฟังด้วยใจ ให้เกิดความหมาย / Deep Listening การฟังอย่างลึกซึ้ง / การฟังด้วยความเมตตา / การฟังอย่างแขวนลอยการตัดสิน / การฟังอย่างเอาใจเขามาใส่ใจเรา / ได้ทำทั้ง Outer Work และ Inner Work (Spiritual Work)
  • ขั้นตอนการทำไดอะล็อค > เปิดใจ / สรรพสิ่งล้วนเชื่อมโยง ทำให้รู้ว่า คนอื่นก็สำคัญ / ทุกคนมีอำนาจในตัว (Power Within)
  • การฟังด้วยเมตตา มีผลกับตัวเองและคนอื่น
  • ธรรมชาติจะเปลี่ยนจิตเล็ก (ความหงุดหงิด ความโกรธ ฯลฯ) ให้เป็น จิตใหญ
  • กรฟังอย่างไดอะล็อค > ฟังตัวเอง / ฟังผู้อื่น / ฟังความเงียบ
  • การคิดอย่างใคร่ครวญ คือ การมีสติอยู่กับตัวเอง
  • การฟังแบบไดอะล็อค เป็น การทำสมาธิแบบหนึ่ง
  • Beginning A New > 1.ให้พูดถึงสิ่งดีๆ ของคนที่ทำร้ายเรา 2.บอกความต้องการ 3.ให้คนที่ถูกกระทำบอกความต้องการ 4.ร่วมมือกันเพื่อให้บรรลุความต้องการ
  • ไดอะล็อค เป็นการยอมรับความหลากหลาย / เอาความเป็นมนุษย์ (รักสุข เกลียดทุกข์) มาเจอกัน
  • See everthing as they are > มองอย่างรู้เท่าทัน คือ มองอย่างที่มันเป็น

ประสบการณ์จริง การดูแลกายกับใจ

โดย อ. ทวีศักดิ์ คุรุจิตธรรม (อดีตอาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

  • อ.ป่วยเป็นมะเร็งตับเมื่อ 8 ปีที่แล้ว เพราะอาศัยธรรม สติจึงกลับมาเร็ว
  • กายป่วย ใจป่วย มองกลับกัน ถ้าใจไม่ป่วย กายก็หายได้ จึงขอพิสูจน์ โดยการไม่ผ่าตัด ไม่คีโม
  • เราควรมีต้นทุนในเรื่องของแก่นธรรม (หัดปฏิบัติธรรม) ต้นทุนตัวนี้จะช่วยในยามวิกฤต
  • ความเชื่อของคนจีน ถ้ากินข้าวลง ไม่ตาย
  • ธรรมชาติของจิต คือ รับรู้อารมณ์ (Mind Constructs)
  • เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป มันเป็นไปในแต่ละขณะ (Moment by Moment)
  • โพชฌงค์ 7 ประกอบด้วย 1.สติ คือ การรู้ว่า ขณะนี้เราทำอะไรอยู่ เป็นอะไรอยู่ และต้องรู้แบบยอมรับสภาพ  2.ธรรมวิจยะ การวินิจฉัยธรรม เอาหัวข้อธรรมมาพิจารณา  3.วิริยะ ความเพียร ไม่ท้อแท้  4.ปีติ ความอิ่มใจ เมื่อฟันฝ่า 3 ข้อแรกมาได้แล้ว  5.ปัสสัทธิ ความสงบ ไม่ทุรนทุรายใจ  6.สมาธิ จิตตั้งมั่น  7.อุเบกขา ความวางเฉย ปล่อยวาง
  • เราควร 1.ยอมรับ (Acceptance) 2.ให้อภัย (Forgiveness) กับทุกเหตุการณ์ในโลก
  • สติมา ปัญญาเกิด สติเตลิด ปัญหาเกิด
  • คลื่นสมองแบ่งเป็น 4 ระดับ > Beta Wave 12-18 Hz / Alfa Wave 8-12 Hz (ขณิกสมาธิ) / Theta Wave 4-8 Hz / Delta Wave ต่ำกว่า 4 Hz 3 คลื่นหลัง จะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย
  • ตับเป็นอวัยวะที่ทำงานมากที่สุดในร่างกาย ถึง 300 กว่าอย่าง

โยคะกับการทาความเข้าใจชีวิต

โดย อ. ธนวัชร์ เกตน์วิมุต (ชีวิตสิกขา : เครือข่ายเพื่อการเรียนรู้และเข้าใจชีวิต)

  • Patanjali Yoga Sutras เป็นต้นกำเนิดโยคะ
  • อาสนะ คือ ที่ตั้งของความเสถียร
  • อาสนะ มาจากคำว่า ass ส่วนใหญ่ท่าโยคะ ก้นจะแนบพื้น เพื่อให้กระดูกสันหลังตรง
  • เมื่อความพยายามหมดไป สภาวะอนันต์จะเกิดขึ้น
  • ชีวิต คือ ความว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยความบริสุทธิ์
  • โยคะ เป็นกระบวนการศิลปะ เป็นต้นทางที่ทำให้เข้าใจชีวิตอย่างถ่องแท้

หากมีข้อผิดพลาด หรือความหมายผิดเพี้ยนไปประการใด ข้าพเจ้าขออภัยต่อผู้บรรยายและผู้อ่านมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ (-/\-)

กันยา ณ เดือนเก้า
25/03/54

ชมภาพงานได้ที่นี่

กายกับใจ 1
กายกับใจ 2

Advertisements