ไม่ลังเลที่จะลงทะเบียนสำรองที่นั่งเลย กับหัวข้ออันน่าสนใจเยี่ยงนี้

********************************

เกิด-ตาย ความหมายในพระพุทธศาสนา
โดย ผศ.ดร.บรรจบ บรรณรุจิ
อาทิตย์ที่ 5 มิถุนายน 2554
ณ ห้องสาวัตถีธรรมะเธียเตอร์ ชั้น 2 อาคารบุญยง ว่องวานิช
ยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย ซ.เพชรเกษม 54 เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

 

  • เกิด หรือ ชาติ ในภาษาบาลี มีสองความหมายคือ 1.เกิดเป็นตัวตน 2.การเกิดของกิเลสในขณะจิต
  • พอคิดปุ๊บ ชาติเกิด
  • ตาย หรือ การสิ้นชีวิตอินทรีย์ การหมดลม มีสองนัยคือ 1.ตายแบบปุถุชน เป็นการตายไม่จริง ตายแล้วเกิดอีก (ตายแบบสมมุติ รับรู้ว่าตาย) เป็นแค่การสิ้นภพในชาติหนึ่ง 2.สมุจเฉทมรณะ เป็นการตายที่ไม่เกิดอีก การตายแบบนิพพาน
  • * สมุจเฉทมรณะ – สํ ( พร้อม , ดี ) + อุจฺเฉท ( ตัด , ขาด ) + มรณ ( ความตาย ) ความตายอย่างเด็ดขาด หมายถึง ความตายของพระอรหันตขีณาสพ คือขณะที่จุติจิตของพระอรหันต์เกิดขึ้นแล้วดับไป  ไม่มีปฏิสนธิจิตเกิดขึ้นในภพชาติใหม่อีก  เป็นความตายครั้งสุดท้ายในสังสารวัฏฏ์   เพราะไม่มีตัณหาซึ่งเป็นเหตุให้เกิดนามรูปในภพใหม่อีกต่อไป (อ้างอีงจากเว็บบ้านธัมมะ)
  • วิธีการค้นพบ เกิด-ตาย ของพระพุทธเจ้า เบื้องต้น รู้เรื่องแก่ เจ็บ ตาย ก่อน แล้วท่านก็สงสัยว่า แก่ มาจากอะไร ตัวการคืออะไร พยายามค้นหาคำตอบตั้งแต่อายุ 16 จนพบอายุ 29 ปี เมื่อพระราหุลพระราชโอรสของพระองค์ประสูติ ท่านได้อุทานว่า “ราหุลํ ชาตํ (เครื่องผูกเกิดขึ้นแล้ว)” ที่แท้การเกิดนี่เอง เป็นเหตุให้แก่ (เจ็บและตาย)
  • การเกิด มาจากผลของกรรม กรรมมาจากอุปาทาน < ตัณหา < เวทนา < ผัสสะ < สาฬยตนะ < นามรูป < วิญญาณ < สังขาร < อวิชชา
  • การเกิดของมนุษย์ มีองค์ประกอบ 3 ประการ 1.มีบิดา มารดาอยู่ด้วยกัน 2.มารดาอยู่ในวัยมีระดู (มีลูกได้) 3.มีวิญญาณลงมาถือปฏิสนธิในครรภ์มารดา
  • ในทางวิทยาศาสตร์ เมื่อสเปิร์มของพ่อ+ไข่ของแม่ เกิดเป็นชีวิต แต่ในทางพุทธศาสตร์ หากไม่มีวิญญาณลงมาปฏิสนธิ ไม่ใช่การเกิด (ภายใน 7 วัน หลังจากนี้แล้ว ไข่จะฝ่อ)
  • วิญญาณหรือจิต ในกามภพ อยู่ไม่ได้โดยไม่มีรูป (ไข่ที่ผสมเชื้อ) และวิญญาณหรือจิตนี่เอง ที่ได้นำคุณสมบัติที่มีมานับภพนับชาติไม่ถ้วนมาด้วย
  • อาการแพ้ท้องของแม่บอกที่มาของลูกได้ (เหตุเพราะความรัก จึงทำให้แม่เปิดใจรับความรู้สึกลูกแบบเต็มๆ แม่จึงแสดงความรู้สึกออกมาตามที่ลูกเป็น)
  • อชาติศัตรู (พระโอรสของพระเจ้าพิมพิสาร) มีสองความหมายคือ 1.เป็นศัตรูตั้งแต่ยังไม่เกิด 2.ไม่เกิดมาเป็นศัตรูอีก
  • จิตที่เกิดมา เป็นตัววางรากฐานชีวิต
  • นับตั้งแต่วันปฏิสนธิจนถึงเกิดใช้เวลา 10 เดือน
  • การระลึกชาติ เกิดขึ้นยาก เพราะช่วง 10 เดือนในครรภ์มารดา มีสิ่งใหม่ๆ เข้ามาให้ได้รับรู้และทับถมของเดิม
  • บุญกรรมที่ติดตัวมา ส่อถึงการใช้ชีวิต
  • กรรมที่กำกับชีวิตเมื่อเกิดมา 1.กรรมเก่า 2.กรรมใหม่
  • กรรมเก่าถูกกำหนดมาแล้ว จึงทำอะไรไม่ได้ ต้องแก้ที่กรรมใหม่ คือ การทำให้ดี
  • การทำกรรมปัจจุบันให้ดี ให้ดำเนินตามมงคลสูตร 38 ประการ โดยเฉพาะข้อที่ 6 ตั้งตนไว้ชอบ (อัตตสัมนาปณิธิ) โดยเริ่มตั้งที่ความคิดไว้ให้ถูกต้อง แล้วพฤติกรรมที่แสดงออกทางกายและวาจา จะถูกต้องตามมา
  • มงคล 38 ประการ มีอดีตเพียงข้อเดียวคือ ข้อที่ 5  เคยเป็นผู้ที่มีความดีสร้างไว้แต่ปางก่อน (ปุพฺเพ จ กตปุณฺญตา)
  • มงคล 38 ประการ นำไปสู่การบรรลุธรรมได้
  • กรรมที่ทำทั้งหมดสรุปออกมาได้เป็น 1.กรรมหนัก-กรรมที่มีเจตนาแรง 2.กรรมเคยชิน-กรรมหนักเป็นกรรมเคยชินได้ และการเล่นสนุกบ่อยๆ ก็เป็นได้เช่นกัน มักจะปรากฏตอนใกล้ตาย 3.กรรมสักแต่ว่าทำ 4.กรรมใกล้ตาย
  • ชีวิตหลังความตาย เกิดง่ายกว่าการเกิดเป็นมนุษย์ ซึ่งต้องอยู่ในท้องแม่ 10 เดือน ต้องไปโรงพยาบาล ต้องเลี้ยงดูกันมาก
  • โอปปาติกะ (Life of the death) คือ การเกิดทันที มี 2 อย่าง คือ 1.เกิดแล้วงง 2.เกิดโดยรู้ตัวว่าตายแล้ว
  • นิยามการตาย 1.อายุดับ (เซลล์ตาย) 2.ไฟธาตุ (ไออุ่น) ดับ 3.วิญญาณดับ ลำดับการดับคือ 3 > 2 > 1 (นามธรรมดับก่อนรูปธรรม)
  • ชีวิตหลังความตาย แยกชัดเจนระหว่างดีกับชั่ว
  • พระพุทธเจ้าต้องมาเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อจะได้สอนทั้งคนทุกกลุ่ม (คนดีชั่วปะปนกัน) ซึ่งต่างจากภพภูมิอื่น ที่แบ่งแยกดีชั่วชัดเจน
  • ชีวิตหลังความตายไม่ใช่สิ่งน่ากลัว อย่างน้อยหากเราทำความดี เราก็จะได้ชีวิตใหม่และร่างใหม่ที่สมบูรณ์ (ก่อนตายอาจจะพิการ เป็นอัมพาต อัมพฤกษ์ ฯลฯ)
  • การอุทิศส่วนบุญ ส่วนกุศลให้กับผู้ตาย ถึงแก่ผู้ตายแน่นอน หากผู้ตายเปิดใจรับ

 

เนื่องจากเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก จึงมีผู้ถามคำถาม อ.บรรจบมากมาย จนเจ้าหน้าที่ต้องขอตัดบท โดยให้ผู้บริหารศูนย์กล่าวปิดงานและมอบของที่ระลึก แต่ครั้งหน้าต้องมีอีกแน่นอน และเราก็คงไม่พลาดแน่นอนเช่นกัน

กันยา ณ เดือนเก้า
07/06/54